The Dark Side of the Web

The Dark Side of the Web

SUBTITLE'S INFO:

Language: Thai

Type: Human

Number of phrases: 127

Number of words: 582

Number of symbols: 7133

DOWNLOAD SUBTITLES:

DOWNLOAD AUDIO AND VIDEO:

SUBTITLES:

Subtitles prepared by human
00:33
ในช่วงอินเทอร์เน็ตก้าวหน้าในช่วงปี ค.ศ. 1990 อินเทอร์เน็ตได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคม- ระดับโลก จากการที่สามารถส่งข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว ตราบใดที่คุณมีอินเทอร์เน็ต คุณสามารถติดต่อกับใครก็ได้บนโลก แต่คนนั้นก็ต้องมีอินเทอร์เน็ตด้วย โดยเวลานั้นมีคนใช้อินเทอร์เน็ตกว่า 350 ล้านคนให้ติดต่อ จริงๆแล้วอินเทอร์เน็ตไม่ได้ถูกออกแบบ ใช้แบบไม่เปิดเผยตัวตน,ส่วนตัว ดังนั้นทุกอย่างที่คุณทำในอินเทอร์เน็ต จะถูกติดตาม,บันทึกและตามรอยไปถึงคุณได้ บางคนกังวลเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว จนในช่วงกลางปี ค.ศ. 1990 ได้มีกลุ่มคน หรือก็คือรัฐบาล United States federal ประกอบไปด้วย นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ นักคณิตศาสตร์ ทำงานเกี่ยวกับสาขาของกองทัพเรือสหรัฐ หรือ Naval Research Laboratory หรือ NRL พัฒนาเทคโนโลยีใหม่คือ onion routing ซึ่งอนุญาตให้ผู้ใช้ไม่ระบุตัวตน
01:36
แบบ bi-directional โดยที่แหล่งที่มาและปลายทางไม่สามารถระบุได้โดยค่ากลาง มันทำให้เกิด overlay network overlay network คือ network ที่สร้างทับ network อันอื่นซึ่งในที่นี้หมายถึงอินเทอร์เน็ต ดังนั้นแทนที่จะใช้อินเทอร์เน็ตที่ได้ต้องเข้ารหัสหรือก็คือ surface web สัญญาณคุณจะถูกส่งผ่านไปยัง overlay network โดย overlay network มีหลายแบบ แต่ network ที่ใช้ onion routing จะถูกเรียกว่า darknet darknet จะใช้งานได้ผ่านซอฟแวร์บางชนิดหรือได้รับอนุญาตเท่านั้น หรือก็คือคนที่ทำงานให้รัฐบาล US สร้างระบบที่ทำให้ผู้ใช้งานแบบไม่ระบุตัวตนใช้อินเทอร์เน็ตได้ อย่างไรก็ตามผู้คนที่ NRL ได้ตระหนักถึงการจำกัด ROGER DINGLEDINE: ...รัฐบาล US ไม่ควร ใช้ระบบไม่เปิดเผยตัวตนเพราะ
02:40
ทุกครั้งที่มีการเชื่อมต่อแบบนั้น ผู้คนก็จะพูดกันว่า "โอ้ ! มีเจ้าหน้าที่ CIA กำลังดูเว็บเราอยู่ล่ะ" เพราะว่ามีแต่รัฐบาลเท่านั้นที่ใช้ระบบแบบนี้ ดังนั้นคุณควรให้ ประชาชนใช้ระบบแบบนั้นเพื่อจะได้กลมกลืนกัน สรุปที่เขากล่าวได้ว่าการใช้ระบบแบบไม่เปิดเผยตัวตนควรจะใช้ได้ กับทุกคนไม่เฉพาะรัฐบาล US ดังนั้น NRL จึงถูกบังคับให้ปล่อย onion routing สู่สาธารณะ เทคโนโลยีนี้ได้ถูกปล่อยมาอยู่ในรูปแบบ open source โดยใช้ชื่อว่า TOR โดยย่อมาจาก The Onion Router เป็นซอฟแวร์ที่คุณต้อง ดาวน์โหลดเพื่อที่จะใช้ระบบของ onion routers ปัจจุบันคนเป็นล้าน ทั่วโลดใช้ TOR ในหลายวัตถุประสงค์ ตั้งแต่การใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไป ไปจนถึงการก่อการร้าย ในขณะที่เป็นที่นิยม TOR เป็นแค่หนึ่งใน darknet รวมๆกันแล้วเรียกว่า dark web ต่อมา dark web เป็นแค่
03:41
ส่วนหนึ่งของ deep web ,deep web คือทุกอย่างบน web ที่ไม่สามารถหาได้ได้ search engines มันไม่เหมือน dark web ที่เราเข้าใจว่าเป็น deep web ถ้าคุณเข้าลิ้งนี้ไป คุณจะเจอวีดีโอที่ไม่ได้อยู่ในลิสต์ชาแนลผม นี่คือ deep web มันอาจดูไม่ยิ่งใหญ่แต่มันอยู่ใน deep web เพราะว่า search engine ไม่สามารถพบได้ deep web อย่างอื่นอาจจะเป็น ธนาคารออนไลน์,Netflix,เว็บเมล์,dynamic pages,ฐานข้อมูล,และทุกๆอย่างที่ใช้ password หรือเว็บที่ต่องจ่ายเงิน คุณอาจคิดได้ว่า deep web มีข้อมูลเยอะกว่า surfaace web ใหญ่กว่าเท่าไรล่ะ ? เราไม่สามารถรู้ได้เพราะมันยากที่จะคาดการณ์ จากข้อมูลปี 2001 กล่าวว่า deep web มีขนาดใหญ่ากว่า 500 เท่า ของ surface web แต่ข้อมูลนี้มันเก่าไปแล้ว เราอาจได้แค่สรุปว่า
04:45
deep web เป็นข้อมูลส่วนใหญ่ของ world wide web ดังนั้นสรุปได้ว่า surface web คือข้อมูลที่สามารถหาได้จาก search engines deep web คือข้อมูลที่ไม่สามารถหาได้จาก search engines และ dark web เป็นว่วนหนึ่งของ deep web ซึ่งประกอบไปด้วยหลาย dark net โดยต้องใช้ software หรือการอนุญาตในการเข้าถึง ตอนนี้เรารู้แล้วว่า surface web และ deep web คืออะไร แต่เราจะเจออะไรบน dark web ? หรือให้ละเอียด darknet TOR เราเคยกล่าวแล้วว่าเราสามารถใช้ TOR ได้หลายอย่าง เล่นเน็ต,เช็คเมล์ โพสกระทู้,ตอบข้อความ,ดู YouTube,อะไรก็ได้ แต่ dark web นั้นมีลักษณะ เป็น hidden services เป็น services ที่สามารถใช้ ผ่าน TOR เท่านั้นและ address จะลงท้ายด้วย .onion เช่นถ้าผมจะใช้ผ่าน Google Chrome มันจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น
05:50
มันจะใช้ได้ก็ต่อเมื่อใช้ software เฉพาะเช่น TOR นี่คือ dark web นี่เป็นหนึ่งใน dark web คือ Hidden Wiki โดยเว็บนี้จะมี ลิสต์ hidden services เท่าที่หาได้เช่น Facebook ที่เป็น hidden services search engine ชื่อ DuckDuckGo ผมมาได้แค่นี้เพราะ มันมีส่วนที่อันตรายใน dark web เพราะกาใช้งานไม่ระบุตัวตนทำให้คนส่วนใหญ่ ที่ใช้งานทั้งในด้านถูกและผิดกฎหมาย ตุลาคม ค.ศ. 2013 FBI ทำลายเว็บค้ายาชื่อ Silk Road โดยเว็บนี้ก่อตั้งตั้งแต่ปี ค.ศ. 2011 โดยมีรายได้กว่า 1.2 พันล้านเหรียญ ข่าวเกียวกับ Silk Road ทำให้ประชาชนได้รู้ถึงส่วนมืดของ dark web กราฟนี้แสดงถึงการใช้งานประจำวันของระบบ TOR ก่อน
06:51
ที่ Silk Road จะถูกกล่าวถึง นี่คือต่อมา ไม่กี่เดือนต่อมาหลังจากที่ Silk Road ถูกปิด admin คนเก่าได้ก่อตั้ง Silk Road 2.0 อย่างไรก็ตามในช่วงปลายปี ค.ศ. 2014 FBI ได้จับกุม admin และ Silk Road ได้ถูกปิดตัวลงเช่นกัน ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา Silk Road 3.0 ได้ถูกสร้างขึ้น และไม่มีทีท่าว่าจะหยุด การกระทำแบบนี้ และขอให้รู้ไว้ว่า Silk Road เป็นแค่หนึ่งในหลายเว็บ คุณสามารถหาเว็บที่คล้ายกัน ที่ขายยาเสพติดทุกแบบที่คุณจะคิดได้ FBI ได้ระบุว่าเจ้าของเว็บ Silk Road ได้เคยจ้างนักฆ่าไปสังหาร 6 คน ผ่าน deep web รับจ้างฆ่า โดยนักฆ่าเหล่านี้สามารถ พบได้บน dark web ปัญหาก็คือ หลักฐานไม่เพียงพอ เพราะไม่ว่าใครก็สามารถสร้าง darknet website และทำอะไรก็ได้
07:57
โดยเฉพาะถ้ามีเงินมาเกี่ยวข้อง บางเว็บถูก hack โดยมี email เป็น admin ว่า website นี้เป็น website ปลอมและหลอกลวงเพื่อเงิน ข้อความ: "เราได้รับคำสั่งให้ฆ่าคนจากทั่วโลก อย่างไรก็ตาม เว็บของเราเป็นเว็บปลอมและเราไม่มีนักฆ่า เราจะส่งข้อมูลไปให้สถานีตำรวจ ในที่ที่เป้าหมายอยู่" และมีอีก email ที่บอกว่า "เว็บนี้เป็นเว็บหลอกลวงผู้ก่อการร้าย" สุดท้ายนี้การ hack นี้อาจจะเป็นของปลอมก็ได้เพราะมันไม่มีอะไรแน่นอน อย่างไรก็ตาม dark web นั้นมีสิ่งที่น่าสยดสยองและไม่มีศีลธรรม มีหลายเว็บที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการทรมาณทางเพศ การฆ่าสัตว์ และอนาจารผู้เยาว์ เป็นปัญหาใหญ่ของ dark web มีเว็บชื่อ Lolita City ที่พึ่งถูกยุบประกอบไปด้วยรูปและวีดีโอกว่า 100 GB มีสมาชิกประมาณ 15,000 คน
09:00
เว็บอื่นเช่น Playpen ถูกยุบโดย FBI ในปี ค.ศ. 2015 ซึ่งเป็นเว็บ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับหนังโป๊เด็กที่ใหญ่ที่สุดบน darl web โดยมีสมาชิกกว่า 200,000 คน มีเรื่องเล่าชื่อว่า red rooms โดย red rooms คือการ livestream คนที่กำลังถูกทรมาน หรือถูกฆ่าเพื่อความสนุกสนาน โดยคนดูสามารถพิมพ์วิธีได้ แต่ว่าก็ยังไม่มีหลักฐาน ในการยืนยันว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ เมื่อไม่นานมานี้มีว่ากันว่า link .onion ที่นำไปสู่ livestream คล้ายกับ red rooms ที่กำลังจะเริ่ม โดยเหยื่อคาดว่าเป็นคนที่ถูกจับโดย ISIS โดยกล่าวว่าชั่วโมงแรกจะเป็นเนื้อหาที่ไม่รุณแรง (ไม่รู้จะแปลยังไง น่าจะเป็นการประชด) หลังจากการอคอย livestream ได้เริ่ม live และได้ทักทายคนดูด้วยเบคอน
10:11
สื่อหลักอยากจะให้คุณเชื่อว่า surface web เป็นแค่เนื่อเยื่อบางๆ ของอาชญากรอันใหญ่หลวงซึ่งมันก็ไม่ได้ห่างจากความจริงนัก ซึ่งในบางครั้งอาจมีคนสับสนว่า darkweb นั้นใหญ่กว่า deep web จากการศึกษาในต้นปี ค.ศ. 2016 พบว่ากว่า 2,723 website .onion ผ่าน TOR 1,547 ประกอบไปด้วยเว็บผิดกฎหมาย ซึ่งมากกว่าครึ่ง ข้อมูลนี้รวมไปถึงสื่ออนาจาร ยาเสพติด,การฟอกเงิน,อาชญากรรมออนไลน์,กาจ้างฆ่า,ค้าอาวุธ,อื่นๆ แต่มีแค่ 3-6% ของผู้ใช้ TOR ใช้บริการเหล่านี้ ดังนั้นแค่ 3-6% ใช้ dark web คนส่วนใหญ่ที่ใช้ TOR ก็เพราะความเป็นส่วนตัว และไม่เคยเข้า .onion
11:12
ดังนั้นเราอาจบอกได้ว่า dark web นั้นมีข้อมมูลที่น่ากลัวที่สุดในบรรดา web แต่มันก็ไม่ได้มีขนาดใหญ่มาก คำถามก็คือ... เราจะหยุดอาชญากรรมจากการใช้บริการนี้โดยที่ยังสามารถใช้บริการนี้เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวได้อย่างไร คำตอบคือ คุณทำไม่ได้ คุณห้ามอะไรที่เป็นของมันอยู่แล้วไม่ได้ มันป็นปัญหาเกี่ยวกับความไม่ระบุตัวตน ใครจะพูด,จะทำอะไรก็ได้ ดังนั้นเรา ต้องทนอยู่กับมัน ถึงแม้ว่ากฎหมายจะมีอำนาจในการปิดระบบทั้งหมด พวกเขาก็ไม่ทำ เพราะรัฐบาล US ต้องการใช้ TOR เหมือนกับทุกคน จำได้มั้ยว่าพวกเขาเป็นคนสร้างระบบนี้ขึ้นมา และเขาก็ไม่ได้สร้างมาเพื่อปล่อยให้ประชาชนใช้ฟรีๆ มันถูกปล่อยให้สาธารณะใช้งานแบบสาธารณะ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่
12:17
ทำให้ TOR ไม่เป็นสาธารณะ มันทำให้เรานึกถึงนี่ ROGER DINGLEDINE: ...รัฐบาล US ไม่ควร ใช้ระบบไม่เปิดเผยตัวตนเพราะ ทุกครั้งที่มีการเชื่อมต่อแบบนั้น ผู้คนก็จะพูดกันว่า "โอ้ ! มีเจ้าหน้าที่ CIA กำลังดูเว็บเราอยู่ล่ะ" คุณคิดว่าใครเป็นคนสนับสนุน TOR ในปี ค.ศ. 2007 100% ของงบประมาณมาจาก รัฐบาล US 2008, 86% 2009, 90% 2010, 94% 2011, 78% 2012, 81% 2013, 94%. เจ้าหน้าที่รัฐบาลที่ทำงานนอกเครื่องแบบต้องใช้ การออนไลน์แบบไม่เปิดเผยตัวตนพอๆกับผู้ก่ออการร้าย,คนโรคจิต,หรือผู้ที่แฉข้อมูลลับ ใช้ได้ทุกคนหรือไม่ก็ไม่มีใครใช้ได้เลย มันเป็นเรื่องจริงที่น่าเศร้า

DOWNLOAD SUBTITLES: