The Vanishing of Flight 370

The Vanishing of Flight 370

SUBTITLE'S INFO:

Language: Thai

Type: Robot

Number of phrases: 311

Number of words: 851

Number of symbols: 17587

DOWNLOAD SUBTITLES:

DOWNLOAD AUDIO AND VIDEO:

SUBTITLES:

Subtitles generated by robot
00:34
ที่สนามบินนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ Boeing 777 ลำหนึ่งเตรียมตัวสำหรับการขึ้นบิน สายการบินมาเลเซีย ไฟล์ท 370 เป็นการบินโดยสารกิจวัตรบินระหว่างกัวลาลัมเปอร์ และปักกิ่ง เวลาเที่ยงคืนสี่สิบสองนาที ไฟล์ท 370 ได้รับคำสั่งให้ออกเดินทาง บนเครื่องประกอบไปด้วยกัปตันซาฮารี อาหมัด ชาร์ นักบินผู้ช่วย ฟารีค อัปดุล ฮามิด ลูกเรือ 10 คนและผู้โดยสาร 227 คน กัปตันของไฟล์ท 370: หอควบคุมกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซียแอร์ไลน์ไฟล์ท 370 หอควบคุมจราจรทางอากาศ: มาเลเซียแอร์ไลน์ไฟล์ท 370 หอควบคุมกัวลาลัมเปอร์ อรุณสวัสดิ์ บินขึ้นสู่ความสูงระดับ 250 กัปตันของไฟล์ท 370: อรุณสวัสดิ์ เที่ยวบิน 250 มาเลเซียแอร์ไลน์ไฟล์ท 370 หอควบคุมจราจรทางอากาศ: มาเลเซียแอร์ไลน์ไฟล์ท 370 บินสู่ความสูงระดับ 350 กัปตันของไฟล์ท 370: ความสูงระดับ 350 มาเลเซียแอร์ไลน์ไฟล์ท 370 ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงหลังจากเริ่มบิน เครื่องบินกำลังบินอยู่เหนือทะเลจีนใต้ที่ความสูง 35,000 ฟุต ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ปลอดโปร่ง สภาพอากาศสงบเป็นใจ ไฟล์ท 370 ได้รับคำสั่งให้ส่งสัญญาณหา หอควบคุมจราจรอากาศในโฮจิมินห์, เวียดนาม เนื่องจากกำลังจะเข้าสู่น่านฟ้าประเทศเวียดนาม
01:58
หน่วยควบคุมการบินในกัวลาลัมเปอร์บอกราตรีสวัสดิ์ พร้อมกับไม่มีสัญญาณใด ๆ ที่แสดงถึงความผิดปกติ... กัปตันของไฟล์ท 370: มาเลเซียไฟล์ท 370 รักษาระดับที่ 350 หอควบคุมจราจรอากาศ: มาเลเซียไฟล์ท 370 กัปตันของไฟล์ท 370: มาเลเซียไฟล์ท 370 รักษาระดับที่ 350 หอควบคุมจราจรอากาศ: มาเลเซียไฟล์ท 370 หอควบคุมจราจรอากาศ: มาเลเซียไฟล์ท 370 ติดต่อโฮจิมินห์ 120.9 ราตรีสวัสดิ์ กัปตันของไฟล์ท 370: ราตรีสวัสดิ์ มาเลเซีย 370 1 นาทีกับ 43 วินาทีผ่านไป จู่ ๆ ไฟล์ท 370 ก็หายไปจากจอเรดาห์ ที่กัวลาลัมเปอร์, โฮจิมินห์ และกรุงเทพฯ การติดตามตำแหน่งแบบนี้จะขึ้นอยู่กับสัญญาณที่ถูกปล่อยออกมาโดยหนึ่งในสองเครื่องส่งสัญญาณ บนเครื่องบิน และการที่มันหายไปนั้นก็อาจเดาได้ว่าเครื่องส่งสัญญาณทั้งสองนั้นได้หยุดทำงาน หรือระบบอาจถูกปิดด้วยฝีมือใครบางคนบนเครื่อง การพยายามติดต่อภายหลัง และการสืบหาตำแหน่งของไฟล์ท 370 นั้น ไม่เป็นผลสำเร็จ เครื่องบินได้หายไป อย่างไร้ร่องรอย หลังจากพลาดช่วงเวลา การลงจอดที่ปักกิ่งเป็นเวลา 4 ชั่วโมงต่อมา
03:07
ไฟล์ท 370 ถูกประกาศการสูญหายอย่างเป็นทางการ และเมื่อการประกาศเริ่มต้นขึ้น การค้นหาที่มีค่าใช้จ่ายสูงที่สุดในประวัติศาสตร์การบิน ก็ได้เริ่มต้นขึ้น การค้นหาช่วงแรกนั้นจะกระจุกอยู่ในบริเวณที่เครื่องได้หายไป ระหว่างทะเลจีนใต้และอ่าวไทย ต่อมาพื้นที่การค้นหาได้ถูกขยายออกไป อย่างไรก็ตาม หลังจากกองทัพมาเลเซียได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม ไม่เหมือนกับระบบเรดาห์ควบคุมจราจรทางอากาศ เรดาห์กองทัพระยะไกลไม่ได้ขึ้นอยู่กับเครื่องส่งสัญญาณ แต่ใช้การสะท้อนตำแหน่งเป้าหมายทางอากาศแทน จากการพิจารณาข้อมูลที่รวบรวม โดยกองทัพมาเลเซีย ได้เปิดเผยช่วงเวลาหลังจากการติดต่อ กับไฟล์ท 370 ได้หายไป, เครื่องบินได้บินออกนอกเส้นทางการบินตามที่กำหนด ด้วยการเลี้ยวขวาเพียงเล็กน้อย ตามมาด้วยการเลี้ยวยาวไปทางซ้าย เครื่องบินได้บินกลับมาหาและผ่านคาบสมุทรมาเลเซีย ก่อนจะเลี้ยวขวาใกล้กับเกาะปีนัง เครื่องยังคงบินไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือเรื่อย ๆ จนกระทั่งหนีออกจากระยะของเรดาห์ ไม่กี่วันต่อมา ช่องแคบมะละกา ทะเลอันดามันและอ่าวเบงกอล
04:21
ถูกตระเวนไปด้วยเหล่ากองเรือนานาชาติทั้งเรือและอากาศยาน แต่ยังคงไร้ร่องรอยของไฟล์ท 370 ในขณะเดียวกัน นักสืบสวนได้เริ่มต้นวิเคราะห์บันทึกการสื่อสารผ่านดาวเทียมของเครื่องบิน เฉกเช่นเดียวกับเครื่องบินโดยสารในปัจจุบัน ไฟล์ท 370 ได้ถูกติดตั้งอุปกรณ์สื่อสารผ่านดาวเทียม หรือ SATCOM เพื่อส่งและรับสัญญาณจากและถึงพื้น ก่อนหน้าการขึ้นบิน SATCOM ได้เข้าสู่ระบบเครือข่ายดาวเทียม และเชื่อมต่อกับสถานีภาคพื้นดินที่กรุงเพิร์ท ออสเตรเลีย จากนั้น สถานีได้บันทึกการเชื่อมต่อทั้งข้อมูลที่เข้ามาและออกไป ระหว่างสถานีและไฟล์ท 370 นี่คือสิ่งที่ได้มา ก่อนหน้าการหายไปของไฟล์ท 370 เหนือทะเลจีนใต้ ทุกอย่างดูเหมือนจะทำงานไปตามปกติ จากนั้น ณ จุด ๆ หนึ่งระหว่างส่วนนี้ของการบิน SATCOM ได้ถูกตัดขาด ด้วยเหตุผลบางประการ สถานีหยุดตอบสนอง แต่ 3 นาทีหลังจากการหายไปของไฟล์ท 370 เหนือทะเลอันดามัน สถานีได้พยายามเชื่อมต่อกลับมาบนเครือข่าย
05:23
จนกระทั่ง SATCOM สามารถกลับมาออนไลน์ได้และไม่ถูกตัดสัญญาณอีกรอบ จนกระทั่งเกือบ 6 ชั่วโมงต่อมา เมื่อมีการสันนิษฐานว่า ไฟล์ท 370 อาจจะตกลงทะเลด้วยสาเหตุน้ำมันหมด ระหว่างชั่วโมงสุดท้ายนี้ มีการพยายาม 2 ครั้งเพื่อติดต่อกับเครื่องบินผ่านทางโทรศัพท์ดาวเทียม การโทรทั้งสองครั้งถูกรับทราบโดยสถานีของ SATCOM และควรจะถูกส่งต่อสู่ห้องนักบิน แต่ไม่มีการตอบกลับ... สถานีได้ตอบกลับการเรียกดูสถานะอัตโนมัติอีก 5 ครั้งด้วย อธิบายแบบสั้น ๆ ถ้าหากสถานีภาคพื้นดินไม่ได้รับสัญญาณจากเครื่องบินนานกว่าหนึ่งชั่วโมง มันจะส่งสัญญาณไปหาเครื่องบินเพื่อมั่นใจว่ายังมีการออนไลน์อยู่ ในขณะที่การส่งสัญญาณเหล่านี้ไม่ได้มีข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับตำแหน่งของเครื่องบิน นักสืบสวนสามารถคำนวณระยะทางระหว่างดาวเทียมกับเครื่องบินได้ จากระยะเวลาที่ใช้ ในการส่งและรับสัญญาณแต่ละครั้ง นี่คือแหวนที่ถูกสร้างขึ้นจำนวน 7 วงเพื่อระบุตำแหน่งที่เป็นไปได้ จากการส่งสัญญาณทั้ง 7 ครั้ง เพื่อคาดการณ์จุดกำเนิดของการส่งสัญญาณ ด้วยการคำนวณอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง ความเร็ว และตัวแปรอย่างอื่น ๆ
06:28
การวิเคราะห์เส้นทางบินบ่งชี้จุด ที่เป็นไปได้มากที่สุดของการส่งสัญญาณครั้งสุดท้าย ว่าจะอยู่บริเวณเส้นโค้งนี้ ในมหาสมุทรอินเดีย ความพยายามในการค้นหาเปลี่ยนไป และในขณะที่ภูมิภาคนั้นอยู่ในเขตอำนาจของประเทศออสเตรเลีย รัฐบาลออสเตรเลียจึงรับผิดชอบในภารกิจนี้ หลายสัปดาห์ต่อมา บริเวณสำรวจถูกเปลี่ยนแปลงไปตามคลื่นของมหาสมุทร เช่นเดียวกับการคาดเดาเส้นทางการบิน แต่ส่วนนี้ของมหาสมุทรอินเดียใต้นั้นไกลมาก ใช้เวลานานถึง 6 วันเพียงเพื่อจะไปถึง เครื่องบินและเรือชุดใหม่ค่อย ๆ สำรวจพื้นที่ไปแล้วกว่า 4,500,000 ตารางกิโลเมตรของมหาสมุทร แต่ยังไร้ร่องรอยของไฟล์ท 370... หากการตกมีพลังมากพอ อาจะเป็นไปได้ที่เสียงของการตก จะถูกบันทึกไว้โดยอุปกรณ์ฟังเสียงใต้น้ำชื่อว่า Hydrophones ความเป็นไปได้นี้ได้ถูกสืบสวน และสถานีตรวจสอบเสียงใต้น้ำ 4 สถานี ได้บันทึกเสียงบางอย่าง... ในขณะที่เวลาและทิศทางของเสียงนั้นสอดคล้องกันอย่างสมเหตุสมผล
07:48
ด้วยการส่งสัญญาณดาวเทียมครั้งสุดท้าย จุดกำเนิดที่คาดการณ์ไว้ ไม่สอดคล้องกัน เสียงที่เกิดขึ้นอาจจะมาจากกิจกรรมบนพิ้นดินทั่วไป ไฟล์ท 370 นั้นได้บรรจุเครื่องบอกตำแหน่ง 2 ตัว ซึ่งมีแบตเตอรี่ให้ใช้งานได้ประมาณ 40 วัน และเมื่อเส้นตายเวลาใกล้เข้ามาในช่วงต้นเดือนเมษายน สัญญาณที่มีจังหวะและความถี่ใกล้เคียงกับสัญญาณที่สร้างด้วยเครื่องบอกตำแหน่ง ได้ถูกตรวจพบที่ความลึกกว่า 3,000 เมตร เรือดำน้ำอัตโนมัติจึงใช้เวลาหลายสัปดาห์ ตรวจสอบพื้นทะเล ในบริเวณที่มีการตรวจจับสัญญาณได้ แต่ไม่พบซากใด ๆ และไม่มีการตรวจพบอะไรอีก จนกระทั่งอีก 16 เดือนต่อมาเมื่อนักสำรวจ ได้พบอะไรบางอย่างที่อีกฟากหนึ่งของมหาสมุทรอินเดีย ในวันที่ 29 กรกฎาคม 2015 คนกลุ่มหนึ่งกำลังทำความสะอาดชายหาดของเกาะ Réunion เกาะเล็ก ๆ ทางทิศตะวันออกของมาดากัสการ์ เมือพวกเขาเจอนี่ ชิ้นส่วนเหล็กยาว 2 เมตรปริศนาที่เต็มไปด้วยเพรียง ผู้เชี่ยวชาญด้านการบินระบุได้อย่างรวดเร็วว่าชิ้นส่วนนั้น คือส่วนหนึ่งของปีกเครื่องบิน เรียกกันว่า Flaperon
08:51
เมื่อตรวจสอบอย่างใกล้ชิด วันที่ และหมายเลขซีเรียลด้านในของปีก ตรวจสอบให้แน่ใจว่าปีกนี้เป็นของไฟล์ท 370 แม้ว่าเกาะ Réunion จะอยู่ห่างจากบริเวณสำรวจมากกว่า 4,000 กิโลเมตรไปทางตะวันตก และนานกว่า 16 เดือนหลังจากที่ไฟล์ท 370 ได้หายไป ตำแหน่งการตกยังคงมั่งคงว่าเป็นที่เดิมด้วยการจำลองทิศทางการลอยของชิ้นส่วน ตอนนี้เรามีหลักฐานที่สัมผัสได้ว่าไฟล์ท 370 ได้ตกลง ที่ใดที่หนึ่ง ในมหาสมุทรอินเดีย การสำรวจพบ Flaperon ทำให้เกิดการค้นหามากมาย ตามชายหาดและชายฝั่งทะเลของแอฟริกาตะวันออกเฉียงใต้ และชิ้นส่วนอย่างน้อย 31 ชิ้นได้ถูกค้นพบ เก็บกู้ และตรวจสอบ ชิ้นส่วนเหล่านี้ประกอบด้วย ส่วนหนึ่งของ Flap ด้านนอกจากปีกขวา ชิ้นส่วนของฝาปิดเครื่องยนต์ของเครื่องยนต์ตัวใดตัวหนึ่ง ส่วนหนึ่งของประตูของเกียร์ลงจอด ส่วนหนึ่งของ Vertical Stabilizer และตัวครอบจอในเบาะจากที่นั่งของเครื่องบิน ชิ้นส่วน 18 ชิ้นนี้ถูกแยกออกเป็น คล้าย คล้ายมาก หรือใกล้เคียงของไฟล์ท 370
09:57
แต่เพียง 3 ชิ้นเท่านั้นที่ถูกระบุได้ว่าเป็นของไฟล์ท 370 จริงๆ อีก 11 ชิ้นไม่สามารถระบุที่มาได้ ไม่มีร่องรอยของการระเบิดจากเศษส่วนชิ้นใดๆ เช่นเดียวกับหลักฐานของการเกิดไฟไหม้ ยกเว้นรอยไหม้เล็กๆ บนหนึ่งในชิ้นส่วนที่ระบุไม่ได้ การค้นหาเศษซากนั้นได้รับความช่วยเหลือจากดาวเทียมที่โคจรรอบโลก การวิเคราะห์ภาพจากดาวเทียมช่วงเดือนมีนาคม 2014 ทำให้พบภาพจำนวนหนึ่ง ที่ประกอบไปด้วยบางอย่างคล้ายสิ้งที่มนุษย์สร้างขึ้นลอยอยู่บนผิวน้ำในมหาสมุทรอินเดียใต้ อย่างไรก็ตาม ภาพที่ได้มานั้นชัดไม่มากพอที่จะระบุอะไรได้ แม้จะมีการค้นหาหลายครั้ง แต่ไม่พบเศษซากนี้เลย ภาพจากดาวเทียมที่ถูกถ่ายได้ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากการส่งสัญญาณครั้งสุดท้าย ได้ถ่ายติดบางอย่างคล้ายกับแนวไอเสียของเครื่องบิน ไกลจากบริเวณค้นหา การวิเคราะห์ในภายหลัง พบว่ามันอาจจะเป็นแค่เงา จากการเกิดเมฆแบบเชิงเส้นตรงบางอย่าง การค้นหาใต้น้ำยังดำเนินไปอีกหลายเดือน จนกลายเป็นปี
11:06
ก่อนที่จะถูกยุติลงในช่วงต้นปี 2017 ณ จุดนั้นมีการสำรวจพื้นทะเลไปแล้วกว่า 120,000 ตารางกิโลเมตร จากนั้น ได้มีการกลับมาค้นหาต่อโดยบริษัทกอบกู้อเมริกันชื่อ Ocean Infinity แต่หลังจากหนึ่งปีของการค้นหา พวกเขาไม่พบอะไรเลย นอกเสียจากว่าตำแหน่งสุดท้ายของไฟล์ท 370 ถูกระบุได้ มันอาจจะเป็นไปไม่ได้ที่จะระบุสาเหตุจริง ๆ ว่าทำไมมันจึงตก อย่างน้อย ยังมีทฤษฎีอีกมากหลั่งไหลมา ในวันที่ไฟล์ท 370 ได้หายไป ผู้โดยสารน่าสงสัย 2 คนเมื่อพวกเขาขึ้นบิน ด้วยพาสปอร์ตที่ขโมยมา ซึ่งทำให้เกิดข้อสงสัยของการไฮแจ๊ค แต่นักสืบสวนไม่สามารถปะติดปะต่อชายสองคนนี้กับองค์กรก่อการร้ายใด ๆ ได้ และหลังจากนั้น มีการคาดเดาว่าพวกเขาเดินทางด้วยตัวตนเท็จเพราะต้องการหาที่หลบภัย ไม่ใช่ด้วยเจตนาไม่ดี ข้อสงสัยที่ใกล้เคียงถูกยกขึ้นมาพิจารณา เมื่อหนึ่งในผู้โดยสารถูกระบุได้ว่าเป็นวิศวกรการบิน ผู้ซึ่งอาจจะมีความเชี่ยวชาญในการบังคับเครื่อง Boeing 777 นอกจากผู้โดยสาร 239 คนแล้ว ไฟล์ท 370 ยังบรรทุกสินค้าไปอีกเกือบ 11 ตัน
12:18
ท่ามกลางรายการสินค้านั้นมีการบรรทุกแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนไปด้วย ซึ่งนำมาสู่ข้อสงสัยว่าอาจเกิดไฟไหม้ขึ้นกลางอากาศ ตัวอย่างเช่น การตกของ UPS Airline ไฟล์ท 6 ในเดือนกันยายน 2010 นั้นเกิดจากไฟไหม้ ซึ่งเกิดขึ้นจากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนพาลเลทหนึ่ง แหล่งกำเนิดประกายไฟอีกจุดหนึ่งอาจจะเป็นไฟฟ้าลัดวงจร การตกของ Swissair ไฟล์ท 111 ในเดือนกันยายน 1998 นั้นสันนิษฐานว่าอาจจะมาจากประกายไฟในสายไฟเหนือห้องนักบิน ความเสียหายจากไฟและระบบการบินที่ปิดตัวลง รวมถึงเครื่องส่งสัญญาณและ SATCOM ในกรณีของไฟล์ท 370 การติดต่อที่หายไปอย่างกะทันหัน และการเบี่ยงเบนที่ตามมาจากเส้นทางการบินที่กำหนดอาจเป็นการตอบสนองต่อไฟไหม้โดยตรง นักบินทั้งสองคนอาจเลี้ยวกลับมาที่มาเลเซียเพื่อทำการลงจอดฉุกเฉิน ที่สนามบินที่ใกล้และเหมาสม แต่ไม่มีการกระทำแบบนั้นเกิดขึ้น ไฟล์ท 370 ได้บินไปต่อเป็นเวลาอีก 6 ชั่วโมงแทน
13:19
บางคนได้ให้ทฤษฎีไว้ว่าลูกเรืออาจถูกทำให้สลบ ด้วยการสูญเสียความดันในห้องโดยสารอย่างฉุกเฉินหรืออย่างช้า ๆ ตัวอย่างเช่น เมื่อ Helios Airways ไฟล์ท 522 เพิ่มความดันไม่สำเร็จในเดือนสิงหาคม 2005 นักบินหมดสติอย่างรวดเร็ว แต่เครื่องบินยังคงบินต่อไปด้วยตัวเองมากกว่า 2 ชั่วโมง จนกระทั่งเชื้อเพลิงหมด นักบินนั้นถูกฝึกมาแล้วกับเหตุการณ์แบบนั้นๆ ในเหตุการณ์ของการสูญเสียความดัน ระบบจะปล่อยหน้ากากออกซิเจนออกมาโดยอัตโนมัติ เพื่อให้นักบินมีเวลามากพอที่จะลดระดับวามสูงฉุกเฉินลงมาสู่ความสูงที่พอหายใจได้ ข้อมูลที่บันทึกได้จากดาวเทียมทางการทหารมาเลเซียนั้น มาพร้อมกับข้อมูลของความสูง แต่ว่ามันไม่คงที่อย่างมาก จริงๆ แล้ว Boeing 777 นั้นไม่สามารถทำการบินที่มีความสูงผันผวนตามที่ข้อมูลถูกบันทึกมาได้ ที่จุด ๆ หนึ่ง เครื่องบินได้บินเกินกว่าความสูงสูงสุดที่สามารถบินได้ไปมากกว่า 15,000 ฟุต ก่อนที่จะดิ่งพสุธาลงมา 50,000 ฟุคภายใน 1 นาที การทดลองจำลองการบินในเครื่องจำลองการบินนั้น ไม่ประสบผลสำเร็จ
14:21
ดังนั้นข้อมูลจึงถือว่าไม่แม่นยำและเชื่อถือไม่ได้ ถ้าไฟล์ท 370 สูญเสียความดันที่ 35,000 ฟุต และนักบินหมดสติก่อนที่จะลดระดับความสูงลงมายังจุดที่มีออกซิเจน มันอาจอธิบายได้ว่าทำไมเครื่องบินจึงยังคงบินต่อไปได้นานขนาดนั้น อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่อธิบายได้ยาก คือการเปลี่ยนแปลงในการเดินทางเหล่านี้ เครื่องจำลองการบินบอกว่าเครื่องบินนั้นถูกควบคุมโดยมนุษย์ ระหว่างการเลี้ยวซ้าย เนื่องจากความโน้มเอียงของโค้งนั้น เกินกว่าความสามารถของ Autopilot แต่โค้งต่อ ๆ มา สามารถเลี้ยวได้ด้วยมนุษย์หรือเลี้ยวอัตโนมัติก็ได้ แต่สำหรับ Autopilot ที่จะปรับแก้เส้นทางแบบนี้ได้ ใครบางคนจำเป็นต้องมีความรู้ และมีการตั้งค่าให้มันทำแบบนั้น ทางเลือกอื่นเพียงอย่างเดียวคือเครื่องบินอยู่ภายใต้การควบคุมของมนุษย์ ช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2014 สื่อหลายสำนักรายงานว่าการสืบค้นพิเศษ ได้ระบุว่ากัปตันของไฟล์ท 370 ว่าเป็นผู้ต้องสงสัยคนสำคัญ การเข้าตรวจค้นบ้านของกัปตัน ได้พบกับเครื่องจำลองการบิน
15:37
ซึ่งมีเส้นทางการบินที่น่าสงสัยที่ไปจบลงในมหาสมุทรอินเดียใต้ ในช่วงเวลานั้น ไม่มีการรับรองอย่างเป็นทางการว่าเส้นทางนั้นได้รับการกู้คืนแล้ว และการรายงานสาธารณะที่ยาวมาก จัดทำโดยรัฐบาลมาเลเซียในปี 2015 ไม่มีการระบุถึงการตรวจพบอะไรแบบนั้น จากนั้น ในปี 2016 เอกสารลับที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบทางนิติเวช จัดทำโดยตำรวจมาเลเซียในเดือนพฤษภาคมปี 2014 ถูกรั่วไหลออกสู่สื่อ เอกสารเหล่านี้ทำให้เห็นได้ชัดเจนกว่า เส้นทางการบินนั้นมิใช่เพียงถูกกู้คืนกลับมา แต่ยังถูกสำรวจอย่างละเอียด เวลาไม่นานต่อมา รัฐบาลมาเลเซีย ยืนยันการมีอยู่ของเส้นทางการบินจำลองนั้น และนี่คือหน้าตาของมัน ไม่น่าแปลกใจว่านี่เป็นหลักฐานสำคัญของการไตร่ตรองไว้ก่อนแล้ว แต่ตามนักสืบสวนแล้ว นี่ดูไม่มีความชัดเจนเท่าไหร่ ข้อมูลที่กู้คืนได้ประกอบไปด้วยพิกัด 7 จุด ตามตำแหน่งต่อไปนี้ กัวลาลัมเปอร์ 2 จุด ช่องแคบมะละกา 2 จุด อ่าวเบงกอล 1 จุด และในมหาสมุทรอินเดียใต้ 2 จุด ข้อมูลที่ได้นั้นถูกนำมาสร้างขึ้นใหม่จากไฟล์ที่ถูกสร้างขึ้นเองและที่บันทึกไว้
16:46
ด้วยโปรแกรมจำลองการบิน ก่อนหน้าเหตุการณ์นั้น 1 เดือน อย่างไรก็ตาม มันไม่ชัดเจนที่พิกัดเหล่านี้จะมาจากการบินครั้งเดียวกัน ในอีกนัยหนึ่ง มันอาจจะไม่ถูกที่จะลากเส้นต่อจุด ของทั้ง 7 จุดเข้าด้วยกัน เนื่องจากมันอาจจะมาจากการเล่นเครื่องจำลองนี้คนละรอบ การตรวจสอบทางนิติเวชโดยตำรวจมาเลเซียสามารถสรุปได้ง่ายๆ ว่า "...ไม่มีการกระทำใดที่ระบุได้อย่างแน่ชัดว่าเป็นการกระทำที่ไตร่ตรองไว้ก่อนแล้ว ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ของไฟล์ท 370..." แม้กระนั้น ความคล้ายคลึงของเส้นทางในเครื่องจำลอง กับเส้นทางที่ถูกสันนิษฐานของไฟล์ท 370 ทำให้เกิดภารกิจค้นหาโดยตรง นักสืบสวนออสเตรเลียพิจารณาความเป็นไปได้ของใครบางคน จงใจขยายช่วงของเที่ยวบินโดยการร่อนเครื่องบินหลังจากเชื้อเพลิงหมด ถ้าเป็นอย่างนั้น เครื่องบินจะเดินทางไปได้อีก 200 กิโลเมตร อีกทางเลือกหนึ่ง ระยะทางอาจลดลงด้วยการดิ่งหัวก่อนที่น้ำมันจะหมด แม้ว่าในท้ายที่สุดจะถือว่าไม่น่าเป็นไปได้ แต่สถานการณ์ทั้งสองนี้มีผลต่อความพยายามในการค้นหา ถ้าหากกัปตันหันหัวไฟล์ท 370 ออกนอกเส้นทาง ด้วยความตั้งใจที่จะพุ่งตก
17:51
ในบริเวณห่างไกลของมหาสมุทรอินเดียใต้ แรงจูงใจของเขาคือความลึกลับที่ยิ่งใหญ่กว่า ซาฮารี อาหมัด ชาร์ อายุ 53 ปี แต่งงานและมีลูก 3 คน เขามีชั่วโมงบินมากกว่า 18,000 ชั่วโมง และไม่มีรอยด่างพร้อยเลย นักสืบสวนไม่พบหลักฐานด้านปัญหาการเงิน และการใช้จ่ายเงินหนึ่งเดือนก่อนการหายไปของเขา ไม่บ่งบอกถึงอะไรผิดปกติ เขาไม่มีประวัติของการป่วยทางจิด หรือแสดงออกถึงการเปลี่ยนแปลง ทั้งทางการใช้ชีวิตและนิสัย เขาเติบโตในเกาะปีนัง ซึ่งทำให้บางคนคาดเดา ว่าการเลี้ยวโค้งที่ 2 ไปทางทิศตะวันตกเฉัยงใต้ของปีนัง เพราะกัปตันต้องการชมบ้านเกิดของเขาเป็นครั้งสุดท้าย บางคนเชื่อว่าการไฮแจ๊คอาจเป็นแรงจูงใจทางการเมือง เนื่องจากซาฮารีเป็นผู้สนับสนุนตัวยงของผู้นำฝ่ายค้านที่เป็นประชาธิปไตย ซึ่งถูกศาลสั่งจำคุก 5 ปี ในไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่ไฟล์ท 370 จะออกเดินทาง คนอื่น ๆ ชี้ไปที่รายงานที่ไม่ได้รับการยืนยันเกี่ยวกับปัญหาการสมรส แต่สิ่งนี้ขัดแย้งกับการสอบสวนอย่างเป็นทางการ และโต้แย้งโดยสมาชิกในครอบครัว ความไม่แน่นอนอย่างเดียวที่พบนั้นถูกบันทึกไว้ในการรายงานครั้งสุดท้าย
18:53
นั่นคือกัปตันเกิดความผิดพลาดในการรายงานคลื่นความถี่วิทยุที่เชื่อมต่ออยู่ ระหว่างช่วงการสนทนาช่วงสุดท้าย หอควบคุมจราจรการบิน: มาเลเซียไฟล์ท 370 ติดต่อโอจิมินห์ 120.9 ราตรีสวัสดิ์ ซาฮารี: ราตรีสวัสดิ์ มาเลเซียไฟล์ท 370 มันจะเป็นการดำเนินการตามปกติที่จะย้ำความถี่ที่เชื่อมต่ออยู่ เนื่องจากกัปตันได้ทำมันอย่างถูกต้องเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้า หอควบคุมจราจรการบิน: มาเลเซียไฟล์ท 370 ติดต่อเรดาห์ของกัวลาลัมเปอร์ 132.6 ราตรีสวัสดิ์ ซาฮารี: ใช่ 132.6 มาเลเซียไฟล์ท 370 การละเลยนี้บ่งบอกถึงสิ่งใดก็ได้ แต่ความผิดพลาดคือการเดาที่ดีที่สุดจากทุกคน จากทุกอย่างที่มี กัปตันซาฮารีนั้นเป็นนักบินที่น่ารักและเป็นที่เคารพนับถือ ผู้ซึ่งหลงใหลในการบิน ดูได้จากภาพที่เขาและวิดิโอที่เขาอัพโหลดลงบนโซเชียลมีเดีย กัปตันซาฮารี: สวัสดีทุกคน นี่คือวิดิโอยูทูปที่ฉันทำขึ้น เพื่อเป็นความเพลิดเพลินแก่ทุกคน... สำหรับนักบินร่วมนั้นพบว่าน่าสงสัยน้อยกว่า ฟารีค อับดุล ฮามิด อายุเพียง 27 ปี และกำลังจะแต่งงานกับเพื่อนนักบิน เขามีชั่วโมงบินเกือบ 3,000 ชั่วโมง แม้ว่าจะมีเพียง 39 ชั่วโมงในเครื่องบินรุ่นนี้
20:01
เฉกเช่นเดียวกับซาฮารี ฟารีค ไม่มีปัญหาด้านการเงิน สุขภาพจิต หรือความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล รวมถึงไม่มีหลักฐานของข้อกังขาระหว่างเขาและซาฮารี บางคำถามเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของการจี้ที่เกี่ยวข้องกับนักบิน เนื่องจากไม่มีนักบินคนอื่นรบกวน เมื่อ Ethiopian Airlines ไฟล์ท 702 ถูกไฮแจ๊คโดยนักบินร่วมในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2014 เขาทำเช่นนั้นโดยรอให้กัปตันไปเข้าห้องน้ำ ก่อนที่จะล็อคประตูห้องนักบินด้านหลัง จากนั้น นักบินร่วมจึงเปลี่ยนเส้นทางจากอิตาลี ไปยังสวิตเซอร์แลนด์เพื่อขอลี้ภัย หลักฐานสำคัญชิ้นเดียวที่เกี่ยวข้องกับนักบินร่วมของไฟล์ท 370 คือโทรศัพท์ของเขา เห็นมั้ย เมื่อเอกสารลับรั่วไหล พวกมันก็ได้ยืนยันข่าวลือที่แพร่กระจายไปทั่ว คือ หอส่งสัญญาณโทรศัพท์ ได้รับสัญญาณจาก iPhone 5S ซึ่งเป็นโทรศัพท์ของนักบินร่วมไฟล์ท 370 ที่กำลังเข้าใกล้เกาะปีนัง จากการสำรวจ พบว่ามันไม่ใช่การโทรหา ตามที่สื่อหลายสำนักรายงานไป แต่เป็นการระบุตำแหน่งอัตโนมัติ
21:04
ทำไมข้อมูลนี้จึงหายไปจากสำนักข่าว เรามิอาจทราบได้ ถ้างั้น... อะไรล่ะเป็นสาเหตุของทั้งหมดนี่ ในอีกนัยหนึ่ง เส้นทางบินจำลอง ดูน่าสงสัย ในที่อื่น ๆ มันยากที่จะหล่อหลอมความน่าสงสัยที่เป็นรูปธรรมจากตัวตนของหนึ่งในนักบินนี้ มันยากพอ ๆ กันที่จะปฏิเสธว่าการไฮแจ๊คนั้นเป็นสาเหตุ ด้วยหลักฐานที่มีจำกัด แต่อีกครั้ง เรายังไม่มีหลักฐานชิ้นสำคัญอย่างแท้จริง การรายงานครั้งสุดท้ายที่จัดทำโดยรัฐบาลมาเลเซียในปี 2018 ไม่สามารถให้เหตุผลของการติดต่อที่หายไปได้ หรือการเบี่ยงเบนที่ทำให้ไฟล์ท 370 เกิดความผิดปกติ พวกเขาเชื่อว่ามีบางคนบังคับเครื่องบินและระบบของมันแทน ตัวอย่างเช่น นักสืบสวนเชื่อว่า SATCOM ถูกปิดใช้งานลงด้วยตนเอง ด้วยไฟฟ้าดับฉับพลันและระยะยาว จากนั้น เมื่อไฟฟ้ากลับมา ระบบได้เปิดกลับมาใหม่ ในทำนองเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงในส่วนทิศทางการบิน เชื่อว่าเป็นผลมาจากการป้อนข้อมูลด้วยตนเอง
22:09
ที่ได้กล่าวไป ความไม่คงที่ของการค้นหาเหล่านี้นั้นถูกย้ำซ้ำ ๆ เนื่องจากหลักฐานที่มีจำกัด และรายงานไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนว่ามีการไฮแจ๊ค ดังนั้น จึงไม่มีข้อสรุปใด ๆ ที่เป็นจริง ทั้งรัฐบาลมาเลเซียและออสเตรเลีย ตกลงกันว่าไฟล์ท 370 ได้ตกลงในมหาสมุทรอินเดียใต้ แต่สาเหตุนั้นไม่สามารถระบุได้โดยไม่มีซาก ตำแหน่งของเครื่องบินสามารถหลบหลีกผู้เชี่ยวชาญด้านการบินระดับโลกหลายคนได้ เช่นเดียวกับเทคโนโลยีที่น่าประทับใจและทันสมัยมานานกว่าครึ่งทศวรรษ ผู้เขียน ผู้เชี่ยวชาญด้านการบิน และนักสืบสวนอิสระ ต่างก็ให้ความสนใจ ให้ความคิดเห็นและทฤษฎีของตนเองเกี่ยวกับธรรมชาติของการตกและตำแหน่งของซาก บางคนเชื่อว่าไม่มีการตก แต่เครื่องบินนั้นถูกยิงตกโดยฐานทัพเรืออเมริกา กลางมหาสมุทรอินเดีย การส่งสัญญาณดาวเทียมที่มีการคาดคะเนว่าเป็นส่วนหนึ่งของการปกปิดขนาดใหญ่ ที่เหลือเชื่อว่าเครื่องบินเลี้ยวขวาไปทางอินเดียและบินขึ้นเหนือไปไกลถึงคาซัคสถาน
23:11
โดยตรวจสอบไม่ได้โดยสิ้นเชิง ซากเครื่องบินนั้นถูกคาดคะเนและนำไปวางไว้ตามชายหาดของแอฟริกาตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งของการปกปิดครั้งยิ่งใหญ่ อีกทฤษฎีหนึ่งแนะนำว่าเครื่องบินถูกไฮแจ๊คจากระยะไกลและถูกควบคุมด้วยใครบางคนบนพื้นดิน ในขณะที่ Boeing และบริษัทอื่น ๆ ได้ทดลองเทคโนโลยี ที่จะทำให้เครื่องบินถูกควบคุมระยะไกล ไม่มีเครื่องบินพาณิชย์ลำใดจะถูกติดตั้งด้วยระบบแบบนี้ ด้านที่มีผู้สงสัยน้อยกว่า ข้อสันนิษฐานว่าไฟล์ท 370 บินเป็นเส้นตรงนั้น และความเร็วคงที่หลังจากเลี้ยวซ้ายมาทางมหาสมุทรอินเดียใต้ อาจจะไม่ถูก ต้นปี 2018 ทีมนักสำรวจอิสระจากฝรั่งเศส เสนอเส้นทางการบินสายอื่น ด้วยการลงจอดที่เกาะคริสต์มาส ทำให้เกิดการชนที่อยู่ไกลขึ้นไปทางเหนือมาก มากกว่าตำแหน่งที่ถูกระบุไว้ด้วยการสืบสวนจริง ในขณะที่การค้นหาพื้นผิวของพื้นที่นี้ได้ดำเนินการประมาณหนึ่งสัปดาห์หลังจากการหายตัวไป การค้นหาใต้น้ำมิได้มาไกลทางเหนือขนาดนี้
24:20
ในขณะที่ทำวิดิโอนี้ การค้นหาได้ถูกยุติไว้ แต่มีการพูดคุยกันว่าในอนาคตจะมีการกลับมาค้นหาใหม่ แต่ตอนนี้ เหมือนกับว่า การหายไปของไฟล์ท 370 จะยังคงเป็นปริศนาต่อไป... Subtitled by: Grindarius

DOWNLOAD SUBTITLES: