The Unknowns: Mystifying UFO Cases

The Unknowns: Mystifying UFO Cases

SUBTITLE'S INFO:

Language: Thai

Type: Robot

Number of phrases: 302

Number of words: 805

Number of symbols: 18180

DOWNLOAD SUBTITLES:

DOWNLOAD AUDIO AND VIDEO:

SUBTITLES:

Subtitles generated by robot
00:37
ผมไม่ค่อยสนใจเรื่องการพบเห็นจานบินมากนัก ผมก็เคยได้อ่านเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว แต่ ผมความขี้สงสัยของผมไม่เคยเลยในบางกรณี ผมพึ่งเห็นว่ามีหลายเรื่องมาก ที่เพ่งเล็งไปที่เรื่อง UFO ทั้งๆที่ตัวมันเองยังคงเป็นปริศนา คำอธิบายที่เป็นไปได้ถูกนำไปใช้เป็นการปรุงแต่งให้เป็นเรื่องแปลกประหลาด ตอนนี้มีสารคดีฉายบน Netflix และผมใช้คำว่าสารคดี ที่นิยามกว้างๆ เกี่ยวกับชายคนนึงที่อ้างว่าเขาถูกราวีและไล่ล่าโดยมนุษย์ต่างดาว มีตอนนึงที่ ความจริง มีใครบางคนใส่หน้ากากมนุษย์ต่างดาวแบบเดียวกับที่ใส่เล่นกันในวันปล่อยผี อยู่ภายนอกหน้าต่าง และก็ดูเป็นการจัดฉากอย่างเห็นได้ชัด พวกเรา ผู้รับชม ควรจะเชื่อว่านี่หเป็นการ เผชิญหน้ากันอย่างใกล้ชิดกับสิ่งมีชีวิตต่างดาว อย่างกับมาขอลูกอมอะไรอย่างนั้น แต่กระนั้น สารคดีตัวนี้กลับเข้าตาผม ผมจึงเริ่มศึกษาอย่างจริงจัง เกี่ยวกับปรากฏการณ์ UFO ดำตัวเองลงสู่ตำนานเรื่องเล่าทั้งที่ตัวเอง
01:50
เข้าใจเรื่องนี้น้อยมาก ผมเริ่มด้วยการเจาะลึกเรื่องทีี่ซับซ้อนเกี่ยวการลักพาตัว ของมนุษย์ต่างดาว แผนการของรัฐบาล และการทดลอง ไฟล์ปริศนาที่ไม่ผ่าน แต่จนถึงตอนนี้ ผมได้ค้นพบบางอย่างที่พอเชื่อถือได้ เรื่องที่ยากที่จะอธิบายด้วยเหตุผลแท้จริง ไม่มีอะไรที่ทำให้ผมเชื่อว่า โลกเป็นดั่งรีสอร์ดในกาแลคซี่ แต่แปลกตรงที่เรื่องทั้งหมดนั้นเล่าไปในทางเดียวกันหมด เพื่อให้เข้าใจแบบเดียวกัน เราต้องย้อนไปดูในปีค.ศ. 1947 การพบเห็น UFO ในฤดูร้อนปีค.ศ.1947 หน่วยงานใหม่ของรัฐบาลในอเมริกาเหนือ เต็มไปด้วยรายงานพบเห็นวัตถุประหลาดบนฟ้า เรื่อง UFO ถูกปั้นโดยนักบินนามว่า เคนเน็ท อาร์โนลด์ ในวันที่่ 24 มิถุนายน อาร์โนลด์ขับเคลื่องบินเหนือเทือกเขาแคสเคด ในรัฐวอชิงตัน เขาเหลือบไปเห็นวัตถุคล้ายจานรองแก้ว 9 ใบ บินบนฟ้า
02:58
ด้วยความไม่รู้ของอาร์โนลด์ คำอธิบายตรงๆที่นิยมกันเรียกว่าจานบิน วัตถุเปล่งแสงได้เหล่านี้ดูเหมือนจะบินด้วยความเร็ว 2,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งยังไม่มีอากาศยานฝีมือมนุษย์ใดๆบินได้เร็วขนาดนั้นในปี 1974 ในขั้นต้น อาร์โนลด์สงสัยว่าน่าจะเป็นการทดลองบินลับทางทหาร แต่กองทัพอากาศสหรัฐรีบออกมาปฏิเสธ เรื่องแค่เหลือบไปเห็นภาพลวงตา แต่เรื่องไม่จบง่ายๆ ไม่เพียงแต่อาร์โนลด์เป็นนักบินมากประสบการณ์ แต่เรื่องของเขา ได้รับการสนับสนุนโดยพยานรู้เห็นหลายคนบนพิ้น ซึ่งทั้งหมดเล่าว่าพบเห็น วัตรุทรงรีบินด้วยความเร็วมหาศาล อีกทั้ง มีรายงานการพนเห็นแบบนี้วันก่อนหน้านั้นและมีอีกในวันถัดๆไป มีการรายงานมากกว่า 800 ครั้งภายในเดือนเดียว รวมถึงเหตุการณ์ยูเอฟโอตกที่รอสเวลล์ด้วย สู่สาธารณชน กองทัพอากาศสหรัฐปฏิเสธการพบเห็น ว่าเป็นการแต่งเรื่องโม้ๆในจินตนาการและการเข้าใจผิดในปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ
03:59
แต่จริงๆแล้ว กองทัพอากาศก็แอบสงสัยและกังวลแบบเดียวกับที่สาธารณชนเป็นอยู่ ผู้คนที่ไม่เกี่่ยวข้องกันนับร้อย จากทุกสายตั้งแต่ถึง นายทหารระดับสูง นักวิทยาศาสตร์ วิศวกร นักการเมืองและนักบินมากประสบการณ์ต่างรายงานประสบการณ์แบบเดียวกัน กระจายเป็นวงกว้างไปหลายสัปดาห์ ทั้งสาธารณชนและสายข่าวกรองค่อนข้างเชื่อว่า ต้องมีบางอย่างแอบอยู่หลังม่านเมฆแน่นอน The Unknowns ในปลายเดือนมิถุนายนปี 1947 กองทัพอากาศได้ทำการตรวจสอบเบื้องต้นอย่างลับๆ ตามที่พวกเขาคาดการว่า UFO อาจจะเป็น อากาศยานของต่างชาติหรือจากสวรรค์ก็เป็นได้ ในปลายเดือนกันยายน การมีอยู่ของอากาศยานขั้นสูงอาจเป็นไปได้ ในขณะที่กรณีส่วนใหญ่สามารถอธิบายได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ การเคลื่อนที่อันคล่องแคล่วและการหลบหลีกกลายเป็นเรื่อง UFO แทนการอธิบายทั่วไปทั้งหมด
05:09
มันถูกคาดการณ์ว่ากลไกของ UFO อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของ โครงการลับสุดยอดทางทหาร ของทั้งในและนอกประเทศ เป็นที่น่าเกรงกลัวว่า สหภาพโซเวียตที่ได้ครอบครองเทคโนโลยีของเยอรมันหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และพัฒนาต่อให้กลายเป็นอากาศยานขั้นสูงที่สามารถแอบล่วงล้ำน่านฟ้าสหรัฐ นี่นำไปสู่ข้อมูลของโครงการ Sign ที่เกี่ยวกับการสือสวนลับ เพื่อตรวจสอบไม่ว่าเป็น UFO หรือไม่ ว่าเป็นภัยต่อความมั่นคง ขณะที่สมาชิกโครงการกำลังตรวจสอบถึงต้นเหตุที่เป็นไปได้ ในฤดูร้อนปี 1947 มีสารคดี UFO จำนวนน้อยที่น่าเชื่อถือยังพิสูจน์ความจริงไม่ได้ คดีเหล่านี้เป็นที่รู้จักกันว่า The Unknowns ด้วยวิธีการหาความเป็นไปได้ โครงการ Sign สรุปว่า คำอธิบายคดีลึกลับที่เหมาะสมที่สุดคือ สมมติฐานการมีอยู่ของต่างดาว พูดง่ายๆคือ The Unknowns ไม่ได้มาจากดาวโลกดวงนี้
06:11
อย่างไรก็ตาม ในตอนที่รายงานนี้ถึงเพนทากอน มันถูกปัดทิ้งทันที เรื่องคำอธิบายเกี่ยวกับต่างดาวยังเป็นเรื่องที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ ดังนั้นรายงานนี้จึงถูกรื้อทิ้งทันที หลังจากนั้นไม่นานโครงการ Sign ถูกยกเลิกและการสืบสวนก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า ในการตรวจสอบธรรมชาติของ The Unknowns ผู้สือต่อโครงการ Sign คือ โครงการ Blue Book สรุปเพียงว่ามันเป็นไปไม่ได้ทางสถิติที่ UFO จะเป็นสมรรถภาพทางเทคโนโลยีที่นอกเหนือจากของมนุษย์เอง เนื่องจากการพบเห็น UFO จำนวนมากมักเป็นความเข้าใจผิดในปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ข้อสันนิษฐานการพบเห็น UFO ทั้งหมดมีแนวโน้มที่จะเป็นเรื่องเข้าใจผิด ดังนั้นการระดมทุนเพื่อการวิจัย UFO จึงไม่อาจพิสูจน์ได้ว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงได้อย่างเห็นเห็นได้ชัด รัฐบาลอนุมัติให้ยุติการวิจัย UFO ด้วยการยุติ โครงการ Blue Book ในปีค.ศ. 1969 และกองทัพอากาศได้ประกาศว่าปัญหานี้ได้ถูกแก้ไขแล้ว จากรายงานการพบเห็น UFO จำนวน 12,618 ชุด มี 701 ชุดไม่สามารถสรุปได้แน่ชัด
07:19
แม้ว่าบางคนจะแย้งว่าหลายๆเรื่องเป็นเรื่องเข้าใจผิด และกว่า 1,700 เรื่อง ควรนับว่าเป็นปริศนา ในขณะที่รัฐบาลสหรัฐปฏิเสธปริศนาเหล่านี้ในฐานะความผิดปกติเชิงสถิติเท่านั้น แต่ยังคงมีคำถามมาอยู่เนื่องๆ ผู้คนเหล่านั้นเห็นอะไร แล้วมันเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติใด ที่ทำให้ต้องหาข้อเท็จจริงหลายทศวรรษ เหตุการณ์ UFO ที่แม่น้ำสีชาด ในช่วงบ่ายของวันที่ 24 พฤษภาคม ค.ศ.1949 ชาวบ้านหกคนกำลังตกปลาที่แม่น้ำสีชาดในรัฐโอเรกอน ทันใดนั้นหนึ่งในพวกเขาสังเกตเห็นวัตถุทรงกลมเป็นประกายวนรอบบนท้องฟ้า มันเหมือนจะไม่เคลื่อนที่ เพราะมันลอยอยู่สูงกว่า 1,500 เมตร ยากที่จะเห็นรายละเอียดอื่นด้วยตาเปล่า แต่ดีที่มีคนนำกล้องส่องทางไกลซูม 8 เท่าติดตัวมาด้วย กล้องส่องทำให้เห็นยานโลหะรูปร่างประหลาดอย่างชัดเจน
08:32
มันเป็นทรงแบนราบ เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 10 เมตร และมีครีบมนๆบนหลังคา ผิวสะท้อนแสงออกมาเป็นสีเงินที่ ดูแล้วน่าจะเคยผ่านอะไรมา มันไม่มีวิธีการขับเคลื่อนแบบที่เคยเห็น ไม่มีเสียงเลยแม้แต่น้อย หลังจากส่องไปได้ 2 นาที UFO ก็เคลื่อนตัวออกสวนทิศลมไป จนละสายตา ด้วยความเร็วดั่งเครื่องบินไอพ่น นอกจากคำอธิบายที่ยืนยันและภาพร่างอย่างละเอียดแล้วสิ่งที่ทำให้กรณีนี้น่าสนใจมาก เพราะว่ามี 2 คนที่ทำงานที่สถานวิจัยการบิน พวกเขาเลยมีความรู้ด้านการบิน นอกจากนั้นเรื่องนี้ยังไม่เคยถึงหูสาธารณชน มันสำคัญเพราะว่า ถ้านี่เป็นเรื่องหลอกลวงทุกคนจะคิดว่าเป็นการเรียกร้องความสนใจจากสื่อ พยานรู้เห็นจึงยังไม่เปิดปากบอกลงหนังสือพิมพ์ เรื่องนี้จึงไม่เป็นที่รู้แก่สาธารณชน จนหลายปีผ่านไป เมื่อนักยูเอฟโอค้นพบไฟล์บางอย่าง ซึ่งเปิดเผยว่าเป็นโครงการ Blue Book ที่สรุปอย่างกว้างๆว่า
09:34
มันคือเครื่องบินที่ระบุไม่ได้ หรือไม่ก็เป็นบอลลูนอากาศ ดังนั้นสิ่งที่เราต้องการในตอนนี้ก็คือเครื่องบินที่มีรูปร่างเหมือนแพนเค้กหรือ บอลลูนขับเคลื่อนเองที่ไม่ได้รับผลกระทบจากลม UFO vs นักบอลลูน ถ้าคุณเคยอ่านเรื่อง UFO มาบ้าง คุณอาจได้เห็นคำอธิบาย ซ้ำไปซ้ำมาหลายครั้ง บอลลูนอากาศ การรบที่ลอสแองเจลิส บอลลูน เหตุการณ์ยูเอฟโอตกที่รอสเวลล์ บอลลูนลับสุดยอด เหตุการณ์ยูเอฟโอแมนเทลล์ อีกรอบ บอลลูน น่าเสียดายสำหรับผู้เสนอสมมติฐานการมีอยู่ของต่างดาว มันเป็นคำอธิบายที่น่าเชื่อถือมากกว่า อย่างไรก็ตาม มันมีความน่าเชื่อถือน้อยกว่ามากเมื่อพยานที่เห็น UFO เป็นคนเดียวกันที่ปล่อยบอลลูน เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2492 กลุ่มนักบอลลูนห้าคนปล่อยบอลลูนอากาศ ในทะเลทรายนิวเม็กซิโกและติดตามบอลลูนที่พูดถึงด้วยกล้องโทรทรรศน์พิเศษ ทันใดนั้นเอง คนที่ส่องกล้องอยู่เห็นวัตถุอื่นอยู่บนฟ้า
10:52
และบอกคนอื่นในกลุ่มซึ่งก็สามารถเห็น UFO นี้ได้ด้วยตาเปล่า มันมีรูปทรงวงรี เป็นสีขาว สีเงินและสีเหลือง เป็นไปไม่ได้ที่จะวัดระยะความสูงได้อย่างแม่นยำ เพราะว่า ยังไม่มีจุดอ้างอิงระยะในตอนนั้น แต่ดูเหมือนว่ามันจะบินอยู่สูงและเร็วมาก ยากที่จะติดตามด้วยกล้องโทรทรรศน์ มันยังคงมองเห็นได้อยู่ประมาณนาทีกว่า ก่อนที่จะหยุดจากการเคลื่อนที่แนวขวาง และหายไปโดยการไต่ระดับบินขึ้นฟ้าไปในแนวดิ่ง มันไม่ส่งเสียงและไม่มีรอยการบิน หนึ่งปีก่อน มีเหตุการณ์คล้ายกันเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 เมษายน นักบอลลูนสามคนในทะเลทรายนิวเม็กซิโกที่กำลังสังเกตบอลลูนอากาศ ไปพบเห็น UFO กำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง รูปร่างกลม มีสีขาว เทาและทอง มันบินข้ามท้องฟ้าแบบแปลกๆและเป็นลูปแนวตั้งประมาณ 30 วินาที ก่อนจะหายไป ทะเลทรายเงียบสงัด แต่ UFO ยังคงเคลื่อนตัวด้วยความเร็วสูง
11:57
โดยที่ไม่มีเสียงแม้แต่น้อย จากนั้นในวันที่ 16 มกราคม 1951 นักบอลลูนสองคนและนักบินจำนวนหนึ่งและชาวบ้านในทะเลทรายนิวเม็กซิโก สังเกตเห็น UFO 2 ลำ ในขณะที่พวกเขากำลัง ส่องบอลลูน บอลลูนขึ้นได้สูงถึง 35 กิโลเมตร ถึงแม้ว่ามันจะมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 30 เมตรก็ตาม UFO กลับใหญ่กว่า 3-5 เท่า และบินผ่านเหนือบอลลูนไป พวกมันเป็นทรงรี สีขาวและเทา แล้วโคจรรอบบอลลูนประมาณ 40 วินาทีก่อนจะหายห่างไปด้วยความเร็วมหาศาล นี่เป็นเพียงสามตัวอย่างของกรณีที่คล้ายกันจำนวนมากและแม้ความจริงที่ว่าผู้ชม ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ทางอากาศใด ไม่มีใครอธิบายได้ว่าที่พวกเขาเห็นคืออะไร การพบเห็น UFO อีกครั้ง ก่อนเที่ยงคืนของวันที่ 19 กรกฎาคม 1952 เรดาร์ภายในและรอบ ๆ วอชิงตันดีซี
13:11
ตรวจจับกลุ่ม 5-10 เป้าหมายที่ระบุไม่ได้ ไม่มีเที่ยวบินตามกำหนดเวลาในพื้นที่ UFO เหมือนไม่ได้บินตามเส้นทางการบินใดๆ ที่จัดตั้งขึ้น ความเป็นไปได้ที่เรดาห์จะทำงานผิดพลาดถูกตัดออกไป เพราะเรดาห์ในสนามบิน 3 แห่ง สามารถตรวจจับวัตถุที่ระบุไม่ได้เหมือนกัน ในที่สุดวัตถุที่ระบุไม่ได้นี้ ก็ถูกเห็นได้ด้วยตา และระบุได้ว่าเป็น กลุ่มดวงแสง เคลื่อนที่ผ่านฟ้าไปอย่างเชื่องช้า หลังจากนั้นครู่หนึ่ง วัตถุเหล่านั้นก็เริ่มกระจายออกไปทั่วท้องฟ้ายามค่ำคืนของวอชิงตันดีซี พวกมันบินผ่านธรรมเนียบขาว ศาลากลางเมือง และอีกหลายเขตหวงห้ามด้วยการบินที่ไม่เป็นระเบียบและ คาดเดาไม่ได้ มีหลายครั้งที่ UFO กระทำการเลี้ยวหักศอก 90 องศา และบางลำบินกลับไปในทิศทางเดิมภายในไม่กี่วินาที ผู้คุมเรดาห์งงเป็นไก่ตาแตก ไม่มีอากาศยานฝีมือมนุษย์ใดบินได้อย่างนั้น ผู้ควบคุมจราจรการบิน ผู้คุมเรดาห์ นักบิน ทหาร และชาวบ้านนับไม่ถ้วน
14:15
ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า พบเห็น UFO มีนักบินคนหนึ่งยังคงอยู่ใกล้กับ UFO ได้เป็นเวลาประมาณ 14 นาที โดยอธิบายได้ว่าเป็นแสงสีขาว รูปร่างไม่คุ้นตา บางลำบินขนานกับเครื่องบิน บางลำดูเหมือนจะบินออกนอกชั้นบรรยากาศโลก ที่นักบินเห็นก็ใกล้เคียงกับที่เรดาห์ตรวจจับได้สามารถบอกได้ว่านี่เป็นวัตถุบินที่จับต้องได้ แตกต่างที่เรดาห์ไม่สามารถระบุลักษณะได้ หลังจากผ่านไปสามชั่วโมง เครื่องบินรบสองลำ ถูกส่งไปไล่ตาม UFO แต่ก่อนที่พวกเขาจะไปถึง วัตถุเหล่านั้นก็เร่งความเร็วเกิน 10,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และหายไปในอากาศ แต่เมื่อเครื่องบินรบกลับมาเติมเชื้อเพลิง UFO ก็กลับมาบนฟ้าอีกครั้ง ประมาณห้าชั่วโมงหลังจากตรวจจับครั้งแรก UFO ลำสุดท้ายก็หายไปจากเรดาร์ แต่หนึ่งสัปดาห์ต่อมา UFO ก็กลับมาอีกครั้ง ในตอนเย็นของวันที่ 26 กรกฎาคม
15:21
มี UFO จำนวนมากถูกพบเห็นบินผ่านฟ้ารอบวอชิงตัน ดี.ซี. มีความคล้ายคลึงกับ UFO ที่พบเมื่อสัปดาห์ก่อน เป็นดวงแสง บินด้วยความเร็วเหนือเสียง ลูกเรือและผู้โดยสารในเครื่องบินโดยสารหลายคนสามารถยืนยัน UFO ที่เห็น ตรงกับที่เรดาห์ตรวจจับได้ เครื่องบินรบ 4 ลำถูกส่งไปในคืนนั้นและมีนักบิน 2 คน เห็นบางอย่างในสองเหตุการณ์ต่างกันไป คนหนึ่งเห็นแสงสีขาว 4 ดวง คนอื่นเห็นแค่ดวงเดียว อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครจะสรุปลักษณะได้อย่างแม่นยำ เพราะเครื่องบินไอพ่นไม่สามารถบินตาม UFO ทันได้ ด้วยแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากสาธารณชนที่ต้องการคำอธิบายการรุกรานของเมืองหลวงสหรัฐนี้ กองทัพอากาศจัดแถลงข่าวเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ในการแถลงข่าว พวกเขาอ้างว่าเกิดจากการผกผันของอุณหภูมิ ภายในชั้นบรรยากาศคือมีชั้นอากาศอุ่นติดในอากาศเย็น ทำให้เรดาห์ตรวจจับได้
17:16
ในทางกลับกัน ภาพที่เห็นนั้นเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนของ ดาวฤกษ์ อุกกาบาต และการสะท้อนแสงที่ผิดปกติจากแหล่งตามธรรมชาติ พูดง่ายๆก็คือ เป็นแค่การเข้าใจครั้งใหญ่ และไม่มีเหตุต้องกังวลใดๆ มันเป็นคำอธิบายที่แปลกมากเพราะมันไม่อธิบายถึงข้อมูลหลักเลย ซึ่งก็คือ สิ่งที่ตาเห็นนั้นยืนยันตรงกับสิ่งที่เรดาห์ตรวจจับได้ในหลายๆครั้ง ในตอนที่นักบินบอกว่าพบ UFO จะๆ ทางภาคพื้นก็ยืนยันว่าพบเหมือนกันในเรดาห์ ในตอนที่นับบินบอกว่า UFO จู่ๆก็หายไป ก็พร้อมกับที่หายไปในเรดาห์เช่นเดียวกัน ปัญหาที่เห็นได้ชัดอีกประการหนึ่งคือการผกผันของอุณหภูมินั้นเกิดขึ้นทุกวัน ตลอดทั้งฤดูร้อนของปี 1952 มีแค่สองคืนที่เรดาห์ตรวจจับแต่ระบุไม่ได้ที่ยังคงเป็นคำถาม ทหารที่สนามบินแอนดริวค่อนข้างไม่แน่ใจสิ่งที่พวกเขาเห็น บอกว่าอาจเป็นอุกกาบาตหรือปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ
18:21
แต่หัวหน้าผู้ควบคุมจราจรการบินที่สนามบินวอชิงตันค่อนข้างมั่นใจว่า ตรวจพบวัตถุจริงๆเคลื่อนที่ และปฏิเสธเรื่องสภาพอากาศที่จะส่งผลได้ นอกจากนั้น ไม่มีผู้คุมเรดาห์คนใดเห็นด้วยกับที่กองทัพอากาศสรุปออกมา พวกเขามั่นใจว่าตรวจเจอวัตถุโลหะบินได้ แม้แต่สำนักพยากรณ์อากาศแห่งชาติก็ไม่เห็นด้วยกับทฤษฏีการผกผันของอุณหภูมิ บอกว่าปรากฏการณ์นี้ควรจะปรากฏอยู่ทั่วหน้าจอเรดาห์ไปหมด ไม่ใช่เป็นจุดเดี่ยวๆ หลายจุด แม้จะมีการแย้งอย่างชัดเจน กองทัพอากาศก็ยังตั้งข้อสรุปว่าเป็นการผกผันของอุณหภูมิ และไม่มีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น แม้ว่าจะค่อนข้างขัดแย้งกัน ไฟล์ของโครงการ Blue Book รวบรวมข้อมูลว่าเป็นปริศนา ขณะเดียวกันก็เห็นด้วยกับที่กองทัพอากาศตั้งข้อสรุป เหตุการณ์ยูเอฟโอซาโมรา เมื่อวันที่ 24 เมษายน ค.ศ.1964 เจ้าหน้าที่ตำรวจลอนนี่ ซาโมรากำลังไล่ตามรถวิ่งเกินกำหนดข้างนอก
19:38
ตัวเมืองโซโคโร ในทะเลทรายนิวเม็กซิโก ขณะที่เขาได้ยินเสียงดังและมองเห็นเปลวไฟส่องสว่างบนฟ้า เขาหยุดขับตามและขับไปทางของแสงเพื่อจะตรวจสอบ เปลวไฟนั้นเป็นสีน้ำเงินและส้ม กำลังจะร่วงลงสู่พื้นดิน ประมาณคริ่งกิโลเมตร หลังขับผ่านเส้นทางอันทรหดแล้ว เขาสังเกตเห็นว่ามันเป็นวัตถุสีขาวเงินห่างไป 200 เมตร มันดูเหมือนเป็นรถที่พลิกคว่ำและเขาเห็นเหมือนชายสองคนชุดขาวล้วนยืนอยู่ข้างๆ ชายสองคนนั้นเหมือนจะตกใจที่เห็นซามอรา และจ้องมองไปที่เขา แต่หลังจากที่ข้ามเนินเล็กไปซึ่งบังมุมมองเขาในตอนแรก ชายสองคนนั้น หายตัวไปแล้ว ซามอรายืนยันได้ว่ามันไม่ใช่รถยนต์ แต่เป็นเหมือน วัตถุรูปไข่ มีขาตั้งโลหะ 4 ข้าง ทรงไข่สีขาว เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5 เมตร มีตราสัญลักษณ์สีแดงพิมพ์อยู่ด้านข้าง
20:40
จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปและตอนอยู่ห่างไป 30 เมตร เขาได้ยินเสียงดังปัง เหมือนมีคนปิดประตู แล้วก็มีไฟไร้ควันโผล่ออกมาเหมือนไฟเชื่อมเหล็ก ปะทุขึ้นใต้ยาน และเปลวไฟกลายเป็นสีน้ำเงินและส้ม และทำให้เกิดเสียงดังแบบเดิมที่เพิ่มความถี่ขึ้นเรื่อยๆ จากนั้นวัตถุก็ลอยขึ้นช้าๆ ถึงตอนนี้ซามอราเริ่มกลัว และเสียงดังนั้นเหมือนกำลังจะระเบิด เขาจึงวิ่งหนีไปหลบหลังรถของเขา แต่หลังจากนั้น UFO ก็เงียบเสียงไป และลอยตัวจากพื้น 6 เมตร จากนั้นความเร็วก็เพิ่มขึ้น แล้วพุ่งหายไป ไกลสุดสายตา ในขณะที่ซาโมราเป็นเพียงคนเดียวที่สังเกตเห็น ยานนี้อย่างใกล้ชิด มีพยานหลายคนรายงานการพบเห็นจานบินรูปวงรีและฟ่นเปลวไฟสีน้ำเงินเหมือนกันก่อนที่เรื่องนี้จะลงข่าวหนังสือพิมพ์ พยานคนหนึ่งได้สังเกตเห็นการลงจอดของ UFO รูปไข่
21:50
และก็มีรถตำรวจไล่หลังตามไป เจ้าหน้าที่คนที่สองมาถึงภายในไม่กี่นาทีและทั้ง FBI และกองทัพอากาศก็คงจะตามมาเร็ว ๆ นี้ สถานที่ลงจอดได้รับการตรวจสอบและถ่ายภาพอย่างละเอียด หญ้าและพุ่มไม้ยังไหม้ระอุอยู่เมื่อเจ้าหน้าที่คนแรกมาถึง บางต้นที่ถูกไฟไหม้นั้น ยากมากที่จะทำให้ไฟติด เจ้าหน้าที่สืบสวนยังพบรอยบุ๋มเป็นรูปลิ่ม 4 รอยบนพื้นและเหมือนพึ่งจะเกิดขึ้น เพราะมีดินชั้นบนแห้งถูกผลักออกเผยให้เห็นดินใต้ผิวดินที่ยังชื้นอยู่ ยังมีกลุ่มของรอยเท้าในบริเวณที่เป็นรอยบุ๋มเป็นสี่เหลี่ยมด้วย ไม่มีเฮลิคอปเตอร์เคยอยู่ใกล้ๆ สัญลักษณ์บนยานไม่สามารถระบุได้ สถานที่เกิดเหตุไม่มีรังสี เรดาห์ตรวจจับไม่เจออะไรเลย แม้กระทั่งดินที่เก็บมาจากที่เกิดเหตุ ก็ไม่มีร่องรอยของสารเคมีใดๆเลย บางคนอ้างว่าทรายแก้วถูกรวบรวมไปแล้วตอนที่ถูกหลอมกลายเป็นแก้ว
22:56
อย่างไรก็ตาม คนอื่นปฏิเสธข้ออ้างนี้ จึงเป็นการยากที่จะทราบได้อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม ไม่มีเจ้าหน้าที่สืบสวนคนใด ที่เชื่อว่านี่เป็นเรื่องหลอกลวง กลุ่มรอยเท้าที่เจอนั้น เป็นการเดินออกจากรอยบุ๋ม เดากันว่าซาโมราอาจทำรอยขึ้นมาเอง และสันหาวิธีเผาพืชที่ไม่ติดไฟได้ ถ้าเขาทำจริง เขาต้องทำโดยที่ไม่ทิ้งร่องรอยหรือรอยเท้าอื่นนอกจากที่เจอใกล้ตรงกลาง ทุกคนที่รู้จักซามอราบอกว่าเขาเชื่อถือได้ แต่สำคัญกว่านั้นคือคนที่สอบสวนเขา แม้จะมีโอกาสมากมายที่จะทำเช่นนั้น แต่เขาก็ไม่ เคยแสดงให้เห็นว่าเขาพอใจที่กลายเป็นที่สนใจ ไม่มีร่องรอยการหลอกลวงสร้างเรื่อง และความซื่อสัตย์ของซาโมรายังคงไม่เปลี่ยนแปลงและตายไปกับเขา หลังจากนั้นหลายทศวรรษ โครงการ Blue Book ล้มเหลวในการหาข้อสรุป คำอธิบายที่เป็นไปได้มากที่สุดน่าจะเป็น ลอนนี่ ซามอราได้พบเห็นอากาศยานรุ่นทดลองลับสุดยอด
24:00
เป็นคำอธิบายที่ประชาชนในท้องถิ่นและซาโมราเองก็เห็นด้วย ระบุว่ามีเขตการทดลองทางทหารลับสุดยอดที่เรียกว่า White Sands Proving Grounds นั้นตั้งอยู่ข้างๆกัน ซึ่งก็เป็นไปได้ อย่างไรก็ตาม รูปร่างที่แปลกประหลาดและสมรรถภาพของยานดูเหมือนเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อ ไม่แปลกใจเลย ทางกองทัพปฏิเสธการมีอยู่ของยานแบบนี้ หลายปีต่อมา หัวหน้ากองทัพอากาศเป็นผู้รับผิดชอบการสอบสวนว่า ได้รับสายโทรศัพท์แปลกๆตอนนั้น เจ้าหน้าที่ระดับสูงในเพนทากอนได้โทรหาและถามคำถามเขาเป็นการส่วนตัวเกี่ยวกับคดีนี้ ซึ่งเขามองว่ามันแปลกมากเลยทีเดียว เขาคิดว่ามันเป็นเรื่องแปลกที่พันเอกคนนึงถึงกลับโทรมาหาเขาเรื่องนี้ เขาจึงสงสัยว่า: "ทำไมพวกเขาจึงดูสนใจเรื่องนี้จัง?" บทสรุป แม้ว่าประชากรโลกครึ่งหนึ่งเดินไปที่ต่างๆ ด้วยกล้องความละเอียดสูงติดตัวในกระเป๋า
25:18
ทำไมถึงไม่มีรูปจานบินใดๆที่มีความละเอียดสูงเลยล่ะ? ผมเคยเห็นการให้เหตุผลแบบนี้มาก่อนและในแวบแรกมันอาจจะจริงอยู่ เป็นเรื่องจริงที่กล้องสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นและคุณภาพของวิดีโอได้รับการปรับปรุง ให้ดีขึ้นมากจากหลายทศวรรษก่อน ดังนั้นถ้ามีรูปปลอมชัดๆละก็ ต้องขอบคุณโปรแกรมแบบ After Effects ที่ใครก็ได้ก็สามารถปลอมแปลงได้ หมายความว่า วิดีโอแบบนี้จะไม่มีข้อสรุปพิสูจน์แบบเดียวกับที่เกิดขึ้นหลายทศวรรษก่อน ลองนึกภาพสถานการณ์ในอุดมคติสักครู่ ลองจินตนาการดูว่า มีบุคคลที่น่าเชื่อถือไม่มีพื้นฐาน การตัดต่อ และไม่เคยสนใจใน UFO ถ่ายอากาศยานที่ระบุตัวตนไม่ได้ด้วยกล้องความละเอียดสูง ไม่ใช่ได้ภาพแตกเป็นพิกเซลแบบหนังผู้ใหญ่ญี่ปุ่น หรือภาพที่ต้องใช้เครื่องมือระดับ CSI ถึงจะเห็นได้ชัดขึ้น แต่เป็นยานจริงๆ ที่ชัดแจ๋วและท้าทายคำอธิบายทั่วไปทั้งหมด ถึงอย่างนั้น ยังไงความเป็นจริงของวิดีโอนั้นก็ต้องถูกตั้งคำถามอยู่ดี
26:24
เพราะดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ที่จะพิสูจน์ว่ามันเกิดขึ้นจริงๆ ผมจำได้ว่าเมื่อปีค.ศ.2011 มี UFO ในกรุงเยรูซาเล็มถูกถ่ายวิดีโอ จากหลายๆมุม ซึ่งกลายเป็นที่สนใจทั่วโลกเนื่องจากถ่ายจากหลายที่ ทำให้ความน่าเชือถือได้ของผู้พบเห็นมากขึ้น แต่ไม่นาน กลุ่มนักข่าวก็ได้ติดตามคนที่ถ่ายได้และพบว่ามีคนหนึ่งเป็นผู้กำกับหนังและเป็นครูสอนทำภาพยนต์ด้วย ขณะที่คนอื่นกลับเป็นนักเรียนที่เรียนอยู่โรงเรียนเดียวกัน โดรนก็กลายเป็นการทำให้คนอื่นคิดว่าเป็น UFO ได้ง่ายขึ้น ไฟแปลก ๆ ในท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มืดมนเคลื่อนที่ไปมาแปลกๆ ที่แท้เป็นโดรนนี่เอง มียานลำนึงบนท้องฟ้าสีคราม ที่ดูไม่เหมือนโดรนทั่วไป ก็เป็นโดรนอีกนั่นแหละ มันกลับกลายเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่จะตัดคำอธิบายพื้นๆออกไป เมื่อในความจริงทุกคนบนโลกนี้สามารถเข้าถึงสวรรค์เบื้องบนได้ง่ายๆ
27:26
จนถึงตอนนี้ ไม่มีอะไรน่าเชื่อถือได้นอกจากจู่ๆก็มียานมาลงจอดที่ Time Square แล้ว นี่เป็นสาเหตุว่าทำไมผมถึงเพ่งเล็งไปที่คดีเก่าๆ เนื่องจากมันไม่มีปัญหาที่ว่ามาทั้งหมดในหลายทศวรรษก่อนหน้านี้ ผู้อำนวยการคนแรกของโครงการ Blue Book เอดวาร์ด เจ. รัพเพลท์ ก็ได้เขียนหนังสือ เกี่ยวกับคดีที่เขาและลูกทีมสืบสวน ในหนังสือ เขาเล่าว่ามีการเปลี่ยนแปลงทัศนคติที่รุนแรง ต่อการวิจัย UFO ตามหลังการปฏิเสธทฤษฎีสมมติฐานการมีตัวตนของต่างดาว กองทัพอากาศไม่ต้องการที่จะศึกษาถึงธรรมชาติของ UFO อีกต่อไป แต่พยายามที่จะลบล้างเรื่องพวกนี้ เขายังบอกว่า "ทุกอย่างถูกยกมาเป็นหลักฐานว่า UFO ไม่มีจริง" "ไม่สนว่าคุณเคยเห็นหรือได้ยินอะไร อย่าไปเชื่อ" หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวที่วอชิงตันดี.ซี.ในปี 1952 แนวโน้มนี้มีแต่ถูกสนับสนุน เจ้าหน้าที่สืบสวนถูกสั่งให้สนใจแต่คดีที่พิสูจน์ได้
28:26
และต้องไม่พูดเรื่อง The Unknowns ต่อสาธารณชน เรื่องต่างๆถูกล้มล้าง ไร้สาระและก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ สิ่งแรกที่สนใจคือบอกว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ แล้วถูกบงการการให้ประชาสัมพันธ์สู่สาธารณชน และให้กลายเป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้ทางสังคม รัพเพลท์เขียนในหนังสือไว้ว่า : "ในการเปลี่ยนแปลงนโยบายเรื่อง UFO นี้ ผม เหมือนกับคนอื่นๆ ต่างสงสัยว่าต้องมีเหตุผลบางอย่างปิดบังอยู่แน่นอน หรือว่าจริงๆเป็นความพยายามที่จะบังหน้าในการทำบางอย่างที่ลับกว่าเดิม? หรือการพยายามปกปิดเรื่อง UFO เป็นการพิสูจน์เรื่องต่างดาว ไม่ให้ออกสู่สาธารณชน เพื่อป้องกันการตื่นตนกของคนส่วนมาก?" "ผมอาจจะกำลังเล่นกับคนที่มีใหญ่คนโตที่มีฉากบังหน้าก็ได้" รัพเพลท์อาจแค่เพียงการคาดเดา แต่เนื่องจากเขาเป็นหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการ อาจทำให้คุณสงสัยว่าน่าจะต้องมีความจริงบางอย่างปกปิดอยู่แน่ๆ
29:33
สมมติว่ากองทัพโกหกเรา แล้วเราจะแยกแยะเรื่องโกหกเกี่ยวกับยานของมนุษย์ต่างดาวจากเรื่องโกหกเกี่ยวกับเครื่องบินลับยังไง? เราไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับทั้งสองอย่างเลย ดังนั้นเรื่องทั้งสองก็น่าจะหลอกลวงเหมือนกัน ผมหมายถึง ผมก็อยากเชื่อนะ แต่ผมแค่ไม่แน่ในว่าอะไรที่ผมควรจะเชื่อดี หลังจากผ่านการศึกษามาหลายร้อยคดี ผมรู้สึกขัดแย้งกว่าเดิม ที่ผมเริ่มมา ความจริงอาจง่ายกว่านั้น ผมควรจะนั่งขำคนที่ แกล้งทำเป็นกลัวหน้ากากวันปล่อยผี ไม่มีแผนการใดๆ ไม่มีเรื่องต่างดาว อะไรทำนองนั้น แค่คนกลัวเศษพลาสติกที่เป็นแค่หน้ากาก แค่นั้น

DOWNLOAD SUBTITLES: