The Search For D. B. Cooper

The Search For D. B. Cooper

SUBTITLE'S INFO:

Language: Thai

Type: Human

Number of phrases: 431

Number of words: 1420

Number of symbols: 21027

DOWNLOAD SUBTITLES:

DOWNLOAD AUDIO AND VIDEO:

SUBTITLES:

Subtitles prepared by human
00:18
ชายผู้กล้าหาญกระโดดร่มลงมาจาก Boeing 727 สักแห่งในเมือง Reno... การค้นหาบนเครื่องบินเกิดขึ้นทันที... เราไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร มาจากไหน หรือเขาไปที่ไหน... ฉันคาดว่าเราจะค้นหาต่อไป จนกว่าเราจะเจอเขาหรือรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา... "...การตามหา D. B. Cooper..." ตอนที่ 1: การปล้น ในช่วงบ่ายของวันที่ 24 พฤศจิกายน 1971 ชายวัยกลางคนคนหนึ่ง เดินถือ กระเป๋าเอกสารเข้าไปในสนามบินนานาชาติ Portland และซื้อตั๋วเดินทางขาเดียวไปที่ Seattle รัฐ Washington ชายคนนั้นระบุว่าตัวเองชื่อ Dan Cooper จากนั้นเขาและผู้โดยสาร 36 คนและลูกเรืออีก 6 คน ได้ออกเดินทางบนสายการบิน Northwest Airlines เที่ยวบิน 305 เมื่ออยู่บนเครื่องแล้ว Cooper จัดท่าทางให้ ตัวเองสบายที่เก้าอี้ตัวกลางของแถวสุดท้ายของที่นั่ง ทางด้านขวาของห้องผู้โดยสาร เขาสั่งเครื่องดื่มและสูบบุหรี่ เนื่องจากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงปี 1970 เมื่อเครื่องบินพร้อมที่จะขึ้นบิน Cooper หันหน้ามา แล้วส่งซองเอกสารให้กับแอร์โฮสเตส Florence Schaffner
01:37
ในซองนั้น เป็นโน๊ตที่ถูกเขียนด้วยลายมือว่าเขามีระเบิด "...ถึงคุณ... ผมมีระเบิด และอยากให้คุณมานั่งข้าง ๆ ผมหน่อย..." Schaffner นั่งข้าง Cooper อย่างไม่เต็มใจ และเหลือบตามองเห็นบางอย่าง คล้ายระเบิดไดนาไมต์จำนวน 8 แท่งในกระเป๋าเอกสารของเขา ความต้องการของ Cooper นั้นไม่มาก เขาต้องการเงินสด 200,000 ดอลลาร์ และร่มชูชีพ 4 ตัว เขายังต้องการให้เตรียมรถน้ำมันให้พร้อมเพื่อ เติมเครื่องบินเมื่อลงจอดที่ Seattle แล้ว ถ้าพวกเขาทำความต้องการของ Cooper ไม่สำเร็จ เขาขู่ว่าจะ "ทำงานของเขา" เมื่อเครื่องบินบินขึ้นแล้ว Schaffner บอกเรื่องนี้ให้นักบินทราบ ในขณะที่แอร์โฮสเตสอีกคน หรือ Tina Mucklow ได้เข้ามานั่งข้าง Cooper แทน โดยใช้โทรศัพท์ด้านหลังห้องโดยสาร Mucklow ทำงานเป็นตัวกลาง ระหว่าง Cooper และลูกเรือคนอื่น ๆ ตลอดการปล้น ตลอดหนึ่งชั่วโมงครึ่งต่อมา เที่ยวบิน 305 บินเป็นวงกลมเพื่อถ่วงเวลาใกล้ Seattle ขณะที่หน่วยงานท้องถิ่น และรัฐบาลภาคพื้นดินกำลังจัดหาค่าไถ่ เช่นเดียวกับร่มชูชีพ 4 ตัว ธนบัตร 20 ดอลลาร์ทั้งหมด 10,000 ดอลลาร์ถูกนำมาจากธนาคารใกล้ ๆ ขณะที่เจ้าของธุรกิจโรงเรียน Skydiving ให้ร่มชูชีพมา
02:42
5 โมงเย็น 45 นาที เกินเวลาเทียบท่าไปกว่า 2 ชั่วโมง เที่ยวบิน 305 ได้ลงจอดที่ Seattle ในที่สุด ณ เวลานี้ พระอาทิตย์ตกดินไปนานแล้ว และเครื่องบิน ลงจอดที่ส่วนไกลของรันเวย์ เมื่อเครื่องบินหยุด ทั้งค่าไถ่และร่มชูชีพถูกนำมาให้ Mucklow ผู้ซึ่งนำขึ้นไปบนเครื่องอีกที เพื่อเป็นข้อแลกเปลี่ยน Cooper อนุญาต ให้แอร์โฮสเตส 2 คน และผู้โดยสารลงจากเครื่อง ผู้โดยสารหลายคนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเที่ยวบินนี้ถูกปล้น ค่าไถ่ที่จ่ายแล้ว และมีลูกเรือเพียง 4 คนบนเครื่องบิน Cooper บอก Mucklow ให้ไปบอกกัปตันว่า เขาอยากบินไปที่ Mexico City พวกเขาจะบินออกไปด้วยล้อที่ยังคงกางอยู่ แฟลปที่ 15 องศา และความสูงไม่เกิน 10,000 ฟุต ไฟในห้องโดยสารถูกปิด และบันไดท้ายเครื่อง ซึ่งเปิดออกจากใต้ท้องของลำตัวเครื่อง ยังคงเปิดอยู่ 2 ความต้องการของ Cooper ไม่สามารถทำได้ อย่างแรก เครื่องบินลำนี้ไม่สามารถ บินต่อเนื่องจนถึง Mexico City ได้ Cooper เสนอให้หยุดเติมน้ำมันที่ Phoenix, Yuma หรือ Sacramento
03:50
ก่อนที่พวกเขาตกลงที่ Reno รัฐ Nevada อย่างที่สอง มันเป็นไปไม่ได้ที่จะออกเดินทาง พร้อมกับบันไดทางออกเปิดอยู่ Cooper ตกลงให้ปิดบันไดทางออก แต่ Mucklow ต้องอยู่ข้างเขา และสอนเขาว่าจะเปิดมันยังไง เมื่อเครื่องบินขึ้นบิน หลังจากจอดนานกว่า 2 ชั่วโมง เนื่องจากปัญหาในการเติมน้ำมัน เที่ยวบิน 305 ออกเดินทางตอน 1 ทุ่ม 36 นาที ไม่ถึง 5 นาทีหลังจากเครื่องบินขึ้นบิน Cooper บอก Mucklow ให้ไปยังห้องนักบิน และจากตรงนั้นเป็นต้นไป ห้ามรบกวนเขา ครั้งสุดท้ายที่เธอเห็น Cooper เขายืนอยู่กลางทางเดิน ราวกับว่าเขากำลังเตรียมตัวจะกระโดด Mucklow เข้าไปในห้องนักบิน ล็อกประตู ราวสามชั่วโมงต่อมา เที่ยวบิน 305 ลงจอดอย่างปลอดภัยที่ Reno เมื่อเครื่องบินหยุดลง ลูกเรือค่อย ๆ เข้าไปด้านหลังของห้องผู้โดยสาร แต่ไม่มีสัญญาณของ Cooper หรือระเบิดเลย บันไดใต้ท้องเครื่องถูกเปิดออกระหว่างบิน และเสียหายนิดหน่อยเมื่อเครื่องลงจอด เหมือนกับว่า มีเพียงคำอธิบายเดียว สำหรับการหายไปของโจรคนนี้
04:53
ในบางจุดระหว่าง Seattle และ Reno Cooper ใส่ร่มชูชีพ เดินลงบันได แล้วกระโดด หายไปในความมืดมิด... ตอนที่ 2: การตามล่าบังเกิด เมื่อเห็นเด่นชัดแล้วว่า Cooper ไม่ได้อยู่บนเครื่องบิน หน่วย FBI จำนวนหนึ่งรวมตัวกันค้นหาบนเครื่องบิน เพื่อที่จะพบเพียงแค่หลักฐานไม่กี่ชิ้น เนคไทแบบหนีบสีดำ ก้นบุหรี่ 8 ชิ้น และร่มชูชีพ 2 ตัวที่ Cooper ทิ้งไว้ แต่เขาเอาเงินค่าไถ่และกระเป๋าเอกสารไปด้วย จากการสอบสวนที่เกิดขึ้นในคืนที่เกิดการปล้น ลักษณะของ Cooper ที่ลูกเรือและผู้โดยสารบอกมาคือ ชายผิวขาว ตาสีน้ำตาล และผมสีดำ เขาดูอยู่ในวัย 40 กลาง ๆ และใส่เสื้อโค้ทยาวสีดำ สูทสีดำ เสื้อสีขาว เนคไทสีดำ และรองเท้าสีดำ หลังจากขึ้นเครื่องบิน เขาก็สวมแว่นกันแดด จากคำอธิบายนี้ FBI ได้ร่างภาพใบหน้าภาพแรก และหลาย ๆ ภาพออกมา แต่ก่อนที่เขาจะเริ่มค้นหาได้ FBI ต้องรู้ให้ได้
06:05
ว่า Cooper กระโดดลงจากเครื่องไปตอนไหน แต่นั่นมันพูดง่ายกว่าทำมาก ๆ ลูกเรือทั้ง 4 คนไม่เห็นว่า Cooper กระโดดลงจากเครื่องบิน เช่นเดียวกับนักบินของเครื่องบินเจ็ทต่อสู้ทั้งสองคน ที่บินตามอยู่ระหว่าง Seattle และ Reno ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเนื่องจากทั้งหมดนี้เกิดขึ้นกลางดึก แต่กระนั้น ลูกเรือได้รายงานบางอย่างแปลก ๆ การติดต่อครั้งสุดท้ายกับ Cooper เกิดขึ้นประมาณ 2 ทุ่ม 5 นาที เมื่อลูกเรือใช้ Intercom เพื่อเสนอผู้ช่วย ซึ่ง Cooper ปฏิเสธ ภายใน 10 นาทีต่อมา ลูกเรือรู้สึกได้ถึง การสั่นของเครื่องบิน ณ เวลานั้น ลูกเรือคาดว่ามันอาจจะเกิดจากการที่ Cooper กระโดดออกไปจากเครื่องบิน และจากการจำลองการปล้นครั้งนั้นก็ได้รองรับข้อสรุปนั้น โอเค เรื่องนั้นจบไปแล้ว แต่ว่า เขาโดดลงไปที่ไหนล่ะ ขณะที่ Cooper นั้นชัดเจนมาก ในเรื่องการเดินทางและเป้าหมาย เขาไม่เคยบอกว่าต้องใช้เส้นทางไหน จริง ๆ แล้ว Cooper หมดความอดทน จากการเติมน้ำมันที่ช้ามากใน Seattle จนเขาปฏิเสธคำขอของกัปตัน ที่จะรายงานผลการบินแล้วบอกกับเขาว่า
07:06
"เราเริ่มกันเลยดีกว่า" ง่าย ๆ เช่นนี้ กับตันจึงเลือกบินตามเส้นทางการบินชื่อ Victor 23 โดยไม่มีคำสั่งจาก Cooper จากการใช้เส้นทาง Victor 23 เป็นหลัก หน่วยงานได้ประเมินเส้นทางการบินออกมา ที่ช่วงเวลาของการกระโดดประมาณ 40 กิโลเมตร ทางเหนือของเมือง Portland จากนั้น ช่วงเช้ามืด FBI ได้ลงสำรวจพื้นที่ ด้วยเฮลิคอปเตอร์ เครื่องบิน และทีมงานภาคพื้นดิน ปัญหาคือ แม้ว่าการประมาณจุดกระโดดจะแม่นยำ จุดที่ Cooper ลงถึงพื้นนั้นยากที่จะประเมินมาก การค้นหาคร่าว ๆ กินพื้นที่ยาวบนภูเขาและป่ารกทึบ มันเหมือนกับการหาเข็มหมุดในกองฟางจริง ๆ (งมเข็มในมหาสมุทร) นอกจากพื้นที่ที่ยากต่อการค้นหาแล้ว การค้นหานี้ยังซับซ้อน ด้วยอุณหภูมิที่ต่ำ และสภาพอากาศร้ายแรงกินเวลาหลายวัน แม้ว่าจะทำอย่างเต็มที่แล้ว หน่วยงาน ไม่พบร่องรอยของ Cooper เลยแม้แต่ร่องรอยเดียว แม้กระทั่งสิ่งของที่เขานำไปด้วย ตอนที่ 3: ตามรอยเงิน
08:18
แม้จะไม่มีความเคลื่อนไหว ในการค้นหาเลยตลอดเดือนธันวาคม FBI เบนความสนใจไปที่ค่าไถ่ 200,000 ดอลลาร์แทน เงินนั้นถูกนำมาจากธนาคาร Seattle-First ซึ่งเก็บเงินสำรองไว้ 250,000 ดอลลาร์ เพื่อเหตุการณ์ประเภทนี้โดยเฉพาะ ด้วยสาเหตุนี้ Serial Number ของธนบัตร 20 ดอลลาร์จำนวน10,000 ดอลลาร์ที่นำไปให้ Cooper ถูกเก็บไว้ทั้งหมด รายการเลข Serial Number ถูกทำขึ้น อย่างรวดเร็วเพื่อสถาบันการเงิน หน่วยงานรัฐบาล และสาธารณะชนทั่วไป เป้าหมายเพื่อให้การใช้เงินของ Cooper เป็นไปได้ยากที่สุด สายการบิน Northwest Airlines และหนังสือพิมพ์ หลายสำนักก็เริ่มให้รางวัล สำหรับท่านใดที่พบธนบัตรที่มีหมายเลข Serial Number ตรงกับธนบัตรที่ Cooper ขโมยไป แม้ว่าจะทำถึงขนาดนี้แล้ว แต่ก็ไม่มีใครมาแจ้งเลยว่าพบ จนกระทั่งเกือบ ๆ ทศวรรษต่อมา ช่วงต้นปี 1980 ชายหนุ่มคนหนึ่งนามว่า Brian Ingram กำลังตั้งแคมป์บนชายหาดเล็ก ๆ ทางใต้ของกรุง Washington ขณะที่เขากำลังขุดทรายลงไป Ingram พบเงิน 3 ห่อทั้งหมด 5,880 ดอลลาร์
09:20
เนื่องจากเคยได้ยินข่าวปล้นเครื่องบินอันโด่งดังนี้ พ่อแม่ของ Ingram จึงนำเงินที่เสียสภาพแล้วเหล่านี้ให้ FBI ธนบัตรเหล่านั้นถูกตรวจสอบโดยทันที และแน่นอน Serial Number ของธนบัตร ตรงกับ Serial Number ของธนบัตรที่ถูกขโมยไป เมื่อความตื่นเต้นสงบลงแล้ว อย่างไรก็ตาม เงินนั้นทำให้เกิดคำถามขึ้นมามากกว่าสิ่งที่มันตอบ สิ่งที่สำคัญกว่า "ที่ไหน" คือ "อย่างไร" เงินเหล่านี้ไปตกไกลจากที่ที่ Cooper กระโดด ออกจากเครื่องบินขนาดนั้นได้อย่างไร ถ้าดูจากแผนที่นี้แล้ว มันก็น่าคิด ว่า Cooper อาจทิ้งเงินบางส่วนลงในแม่น้ำ Lewis เงินเหล่านั่นอาจโดนพัดพามายังแม่น้ำ Columbia ก่อนที่จะไหลมาเกยตื้นที่ Tina Bar ในที่สุด ซึ่งเป็นชื่อของหาด Tina Mucklow, Tina Bar มันบังเอิญเหรอ?! ใช่ มันบังเอิญแหละ อย่างไรก็ตาม ปัญหาของไอเดียนี้คือ แม่น้ำ Columbia ไม่ได้ไหลไปหาตำแหน่งที่พบเงิน นี่นำมาสู่ (รวมถึงสมาชิก FBI บางคน) การคำนวณ จุดที่ Cooper กระโดดใหม่ เช่น ถ้าจุดตกนั้นอยู่ไกลออกไปทางตะวันออกเฉียงใต้ ใกล้กับแม้น้ำ Washougal
10:26
มันจะเป็นไปได้ แม้ว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ ที่เงินจะลอยไปถึงหาด Tina Bar อีกทางหนึ่งก็คือ เงินห่อนั้นอาจจะตกลงบนหาด ถ้าเกิดว่าเส้นทางการบินนั้นไกลออกมาทางทิศตะวันตก แม้กระนั้น มันยากที่จะอธิบายว่าเงิน 3 ห่อ ตกลงจากเครื่องบิน หรือลอยมากับน้ำ มาอยู่รวมกันที่ที่เดียวกันบนชายหาดเดียวกัน เพื่อทำให้เรื่องนี้ยิ่งซับซ้อน ตะกอนจากก้นแม้น้ำถูก ขุดขึ้นมาเทบนชายหาด Tina Bar เป็นส่วนหนึ่งของ Dredging Operation ในปี 1974 และจากการคาดการณ์ชิ้นหนึ่ง เงินถูกพบเหนือชั้นตะกอน ถ้าเป็นจริง นั่นหมายความว่าเงินมาอยู่ที่หาด สักช่วงเวลานึงหลังปี 1974 แต่จากการตรวจสอบการคาดการณ์นั้นซ้ำอีกครั้ง พบว่านั่นอาจจะเป็นชั้นของ ดินเหนียวตามธรรมชาติ ไม่เพียงแค่นั้น ตะกอนที่ถูกขุดขึ้นมาเท ถูกเทลงใกล้ ๆ กับจุดที่พบเงินเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อ Ingram พบห่อเงิน หนังยางที่รัดห่อเงินไว้นั้นยังไม่ขาด
11:29
นี่สำคัญมากเนื่องจากการทดลองในปี 2009 แสดงให้เห็นว่าหนังยางยี่ห้อนี้ไม่สามารถ ทนต่ออากาศเปิดโล่งหรือน้ำได้มากกว่า 1 ปี ดังนั้น เว้นแต่ว่าห่อเงินถูกปกป้องด้วยวิธีหนึ่ง พวกมันต้องถูกฝังไว้ที่หาด Tina Bar ภายใน 1 ปีหลังการปล้น คำอธิบายที่เป็นไปได้ที่สุด เหมือนจะเป็น การที่ Cooper หรือใครสักคน จงใจฝังเงินก้อนนั้น Cooper รอดและฝังเงินเองหรือไม่? ใครสักคนฝังเงินให้ Cooper หลังจากพบศพของเขารึเปล่า? ถ้ามีคำอธิบายซึ่งไม่ต้องมีการแทรกแซงของมนุษย์ มันคงจะหลบหลีกการค้นหาของนักสืบสวนได้หลายทศวรรษ เหล่านี้เพียงพอที่จะบอกว่า นี่เป็นปริศนา ในปริศนา... ตั้งแต่การค้นพบของ Ingram ในปี 1980 ทั้งหาด Tina Bar และพื้นที่รอบ ๆ แม่น้ำ Washougal ถูกค้นหาอยู่หลายครั้ง แต่ จนถึงทุกวันนี้ ไม่มีสัญญาณของ Cooper หรือเงินทั้งหมดเลย ตอนที่ 4: ก้าวแห่งศรัทธา จากตอนแรกเลย หลายคนคิดว่า Cooper เสียชีวิตจากการดิ่งพสุธาของเขา
12:44
มันอาจจะไม่ทำให้บทสรุปของเรื่องนี้น่าตื่นเต้น แต่นั่นแหละคือเรื่องเล่า พวกมันน่าตื่นเต้นกว่าความจริงเสมอ ขณะที่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่า Cooper รอดจากการตกมั้ย การสันนิษฐานว่าเขาตกลงมาเสียชีวิตนั้น ช่างไม่มีความปราณีเลย เมื่อ Cooper ตกลงมาจากฟ้ากลางป่าอันมืดมิด เที่ยวบิน 305 กำลังบินผ่านพายุฝนหนัก ที่ความเร็วประมาณ 170 นอต 10,000 ฟุตเหนือทางใต้ของกรุง Washington ลมแรงมากจนพัดป้ายประกาศที่บันไดใต้ท้องเครื่องขาด ซึ่งถูกพบทีหลังในปี 1978 เกือบใต้เส้นทางการบินที่ประเมินไว้ จะบอกว่า Cooper ไม่ได้เตรียมตัวรับสถานการณ์นี้ ก็คงจะประเมินเขาต่ำไป พื้นข้างล่าง Cooper ในขณะนั้นถูกบดบังด้วยเมฆหลายชั้น ซึ่งอาจหมายความว่า Cooper กระโดดลงมาโดยไม่รู้ตำแหน่งที่แน่ชัด แม้ว่าเขาจะมองเห็นพื้นข้างล่าง และมีจุดที่จะลงในใจ ร่มชูชีพที่เขาเลือกไม่สามารถบังคับทิศทางได้ หมายความว่าเขาไม่สามารถ เลี้ยวไปยังตำแหน่งที่เขาอยากจะไปได้ ดังนั้น ตัดการประสานงานกับผู้สมรู้ร่วมคิดภาคพื้นดินออกไป
13:49
ขณะที่ Cooper เคยบอกว่าเขาคุ้นเคยกับการใช้ร่มชูชีพ ความสามารถจริง ๆ ของเขานั้นน่าสงสัย เป็นความเชื่ออย่างกว้างขวางว่า Cooper ต้องการร่มชูชีพสองคู่ ร่มหลัก 2 ตัวและร่มรอง 2 ตัว เพื่อทำให้หน่วยงานเชื่อว่าเขาจะจับตัวประกัน นั่นคือสิ่งที่ FBI ไตร่ตรองไว้อย่างแม่นยำ แต่ในที่สุดก็ ตัดสินใจว่าจะไม่ใช้การตัดเชือกร่มชูชีพ เพราะพวกเขาไม่อยากเสี่ยงชีวิตคนไร้เดียงสา แต่ในความรีบร้อนนำร่มชูชีพไปส่ง พวกเขา นำร่มชูชีพฝึกหัดที่ใช้งานไม่ได้ให้ Cooper ไป 1 ตัวโดยไม่ได้ตั้งใจ อุบัติเหตุนั้นดูเหมือน Cooper จะไม่ได้สนใจ เพราะร่มฝึกหัดตัวนั้น เป็น 1 ใน 2 ตัวที่หายไปจากเครื่องบิน ไม่เพียงแค่นั้น แต่ Cooper เลือกร่มชูชีพที่ดูเก่ากว่า จากร่ม 2 ตัวที่เขาเอาไป ดังนั้น จากทั้งสองกรณี ดูเหมือนว่า Cooper ตัดสินใจได้แย่ที่สุด แต่ยังมีทางอื่นที่จะตีความข้อมูลนี้ได้อีก เช่น เป็นไปได้มั้ยที่ Cooper ไม่ได้ใช้ร่มฝึกหัดเพื่อเป็นร่มสำรอง แต่ใช้เพื่อเก็บกระเป๋าเงิน
14:50
จริง ๆ แล้ว นั่นคือสิ่งที่ Cooper พยายามจะทำ ด้วยร่มสำรองที่ใช้งานได้ อย่างแรก เขาพยายามวางเงินลงในปีกของร่มชูชีพ ก่อนที่จะนำสายร่มมัดรอบกระเป๋านั้น บางทีเขาอาจจะใช้ร่มฝึกหัดเพื่อเหตุผลคล้าย ๆ กันมั้ย? และการตัดสินใจของ Cooper เพื่อใช้ร่มหลักที่เก่ากว่า นั้นไม่จำเป็นจะสื่อถึงการไม่มีประสบการณ์ มันอาจจะเป็นสัญญาณของความคุ้นเคย เพราะร่มที่เขาทิ้งไว้เป็นร่มของพลเรือนซึ่งสภาพร่มดูดีมาก ขณะที่ตัวที่เขาใช้เป็นร่มทางทหาร มีการโต้เถียงกันว่าเขาอาจจะเรียนมา หรือเป็นพลร่ม และเลือกร่มทหารที่เก่ากว่าเพราะเขาคุ้นเคยมากที่สุด และมีอีกอย่างน้อย 1 เหตุผลที่สงสัยว่า Cooper มีเบื้องหลังด้านการทหาร ขณะที่เครื่องบินกำลังบินวนรอค่าไถ่และร่มใกล้ ๆ Seattle Cooper บอกว่ากองทัพอากาศ McChord อยู่ห่างจากสนามบิน Seattle-Tacoma แค่ 20 นาที ในเวลานั้น นั่นเป็นการประเมินที่ แม่นยำที่สุดว่าเขามีประวัติทางการทหาร นอกจากการที่เขารู้จักกองทัพทหารแล้ว Cooper อาจรู้จัก CIA อีกด้วย
15:51
คุณจะเห็นได้ว่าเครื่องบินที่ Cooper เลือกปล้นเนี่ย คือ Boeing 727 ซึ่งถูกใช้โดย CIA เพื่อปล่อย สายลับและสิ่งของที่สงครามเวียดนามอย่างลับ ๆ เป็นงานที่ถูกสร้างมาให้ Boeing 727 เนื่องจากการออกแบบบันไดใต้ท้องเครื่องของมัน ดังนั้นมันก็ไม่แปลกที่จะสมมติว่า Cooper เลือกปล้น Boeing 727 เพราะมันสามารถใช้เป็นทางหนีหนีออกได้โดยเฉพาะ ไม่ว่าเขาจะเรียนสิ่งเหล่านี้จาก CIA หรือมาเจอข้อมูลเหล่านี้ด้วยตัวเองนั้น เป็นอีกคำถามหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ความจริงที่ว่า Cooper เลือกปล้นเครื่องบิน ของสายการบิน Northwest Airlines นั้นเกิดขึ้นโดยบังเอิญ เมื่อ Tina Mucklow ถาม Cooper เกี่ยวกับแรงจูงใจของเขา เขาตอบว่า "...มันไม่ใช่ว่าผมเคืองสายการบินของคุณนะ แต่ผมแค่มีเรื่องเคืองใจ..." เขาชี้แจงต่อว่าเที่ยวบิน 305 นั้นได้มาอยู่ในที่ที่พอดี และเวลาที่พอดี แม้กระนั้น มันชัดเจนว่า Cooper เตรียมตัวมา เขาดูเหมือนจะรู้เรื่องเกี่ยวกับ การบินและเครื่องบินเยอะพอสมควร เขายังคุ้นเคยกับพื้นที่รอบ ๆ อีกด้วย เขาพยายามไม่แสดงออกเพื่อปกปิดตัวเอง
16:55
เขาปิดตาด้วยแว่นตาเพื่อปกปิดตัวตน เขาทิ้งหลักฐานไว้น้อยมาก และเขาต้องการร่มชูชีพ 4 ตัวเพื่อหลอก ให้ทุกคนสันนิษฐานว่าเขาต้องการตัวประกัน เขายังมีเล่ห์เหลี่ยมมากพอที่จะเอาโน๊ตที่ให้ Florence Schaffner ไปในตอนแรกคืนมาด้วย นอกจากชื่อที่เขาเขียนบนตั๋วเครื่องบินแล้ว ไม่มีหลักฐานของลายมือ Cooper ที่ไหนอีกเลย แต่ว่าทั้งแผนที่เขาว่างมา และความฉลาดแกมโกงของเขา แต่ดูเหมือนว่า Cooper ไตร่ตรองการหนีของเขาได้ไม่ดีพอ ไม่เพียงแต่เขาไม่เจาะจงเลือกเส้นทางแล้ว เขาถูกบังคับให้เปลี่ยนปลายทางอย่างฉุกละหุก จาก Mexico City เป็น Reno เขาสามารถจะขออุปกรณ์โดดร่มที่เจาะจงกว่านี้ เช่นรองเท้าสักคู่ หมวก หรือชุดโดดร่ม เขาสามารถจะขอเงินค่าไถ่เป็นธนบัตรที่ใหญ่กว่าก็ได้ เพื่อที่จะได้ง่ายต่อการขนถ่าย ถ้าเราสมมติว่าเขารอดจาก การกระโดดและถึงพื้นอย่างปลอดภัย เขาจะต้องเดินผ่านป่ารกทึบที่มีหิมะปกคลุม โดยไม่มีอะไรเลยนอกจากเสื้อคลุมยาว และรองเท้าไม่มีส้นในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ผมค่อนข้างประทับใจว่าการหลบหนีของ Cooper เป็นความศรัทธา มากกว่า
17:59
การกระโดดที่คาดเดาได้ อีกด้านหนึ่ง หน่วยงานไม่เคยได้รับรายงานคนหาย ที่มีลักษณะเหมือน Cooper ในช่วงที่เกิดการปล้นเลย นี่อาจจะเป็นข้อสันนิษฐานว่า เขารอดชีวิต และเขาก็ค่อย ๆ กลับไปใช้ชีวิตปกติอย่างคนธรรมดาทั่วไป มากไปกว่านั้น โจรเวหาคนอื่น ๆ ก็เคยกระทำลักษณะคล้าย ๆ กัน และหลายคนรอดชีวิต แม้ว่าพวกเขาจะถูกจับโดยทันทีก็ตาม ในที่สุดแล้ว คำอธิบายที่ง่ายที่สุด ว่าเงิน 3 ห่อนั้นไปอยู่ที่หาด Tina Bar ได้อย่างไร ก็คือฝีมือมนุษย์ ในตอนสุดท้ายแล้ว ทุกอย่างเหล่านี้ก็ ไม่มีหลักฐานอะไรเลยนอกจากการคาดคะเน โดยที่ไม่มีหลักฐานเป็นตัวเป็นตนว่า Cooper เสียชีวิตแล้วหรือไม่ มันเปิดประตูให้กับเรื่องราวน่าสนใจต่อไป ว่าจริง ๆ แล้ว เขายัง ไม่ตาย... ตอนที่ 5: พยาน เมื่อสื่อได้ข่าวลับของการปล้นมาแล้ว FBI ได้เริ่มสืบสวนพยานสำคัญหลาย ๆ ปาก ท่ามกลางพวกเขาคือชายคนหนึ่งใน Portland ที่มีชื่อย่อ D. B. และนามสกุล Cooper Cooper คนนี้รีบชี้แจงว่าตนไม่ใช่ผู้ต้องสงสัย แต่เนื่องจากการตีข่าวมั่วของสื่อ
19:08
ชื่อ Dan Cooper ถูกสับสนกับ D. B. Cooper และที่เหลือก็เป็นตำนานไป ขณะที่ Dan Cooper อาจจะเป็นนามแฝง มีการ์ตูนเรื่องนึงที่ใช้ชื่อเดียวกัน การ์ตูนเรื่องนั้นถูกเขียนในฝรั่งเศสและ มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับนักบินชาวแคนาดาชื่อ Dan Cooper ขณะที่การ์ตูนเรื่องนั้นไม่ได้ถูกแปลเป็นภาษาอังกฤษ หรือขายในสหรัฐอเมริกาก่อนปี 1971 มันยังมีขายในแคนาดา เนื่องจากมีกลุ่มคนพูดภาษาฝรั่งเศสกลุ่มใหญ่ แม้ว่าสำเนียงอเมริกันและคะเนเดียนนั้นยากต่อการแยกแยะ มันเป็นไปได้ที่ Cooper ซึ่งถูกอธิบายว่ามีสำเนียงที่แยกแยะไม่ได้ นั้นเป็นชาวแคนาดาที่พูดได้ 2 ภาษา ทฤษฎีนี้อาจถูกรองรับโดยบางอย่างที่ Cooper ได้พูดออกมา คุณเห็นมั้ยว่าเมื่อกัปตันส่งข้อความไปยังหอบังคับการบิน เขาใช้ประโยค "สกุลเงินอเมริกันที่ต่อรองได้" มันดูน่าสงสัยที่พลเมืองอเมริกันจะเจาะจงว่า "สกุลเงินอเมริกัน" ดังนั้น บางที Cooper อาจไม่ใช่คนอเมริกัน ปัญหาคือ เราไม่รู้ว่านี่เป็นประโยคจากปาก Cooper หรือถูกแปลความหมายโดยกัปตัน
20:11
ตัวอย่างเช่น โน๊ตที่เขียนโดยลูกเรือระหว่างการปล้น แทบไม่มีคำว่า "สกุลเงินที่ต่อรองได้" เลย ขณะที่ประจักษ์พยานที่ได้มาจากลูกเรือหลังการปล้น จะมีประโยคประมาณ "ขอเงินสด 200,000 ดอลลาร์" และ "เงินดอลลาร์" ดังนั้น Cooper อาจจะเป็นคนแคนาดา และเขาอาจจะ เอาชื่อของเขามาจากการ์ตูน Dan Cooper แค่เขาอาจเป็นคนอเมริกัน และอาจเอา ชื่อตัวเองมาจากอะไรบางอย่างหรือใครบางคน เกือบครึ่งศตวรรษได้ผ่านไป ตั้งแต่เกิดการปล้น และในระหว่างนั้น ผู้ต้องสงสัยหลายพันคนถูกตั้งคำถามและสืบสวน มันอาจเป็นไปไม่ได้ที่จะพูดถึงทุกคนนะแต่ว่า เราจะมาดูกันว่าบางคนเนี่ย ในบางจุดทำให้เขาถูกสงสัยว่าเป็น D. B. Cooper Robert Rackstraw ถูกสงสัยในปี 1978 และเขาดูเหมือนจะเป็นจริง ๆ ด้วย เขาเป็นพลร่มและนักบินเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพ เขามีประสบการณ์กับระเบิด เขามีประวัติอาชญากรรมโชกโชน เขามีลุงชื่อ John Cooper ผู้ซึ่งเป็นนักโดดร่มไฟแรง
21:19
เขาถูกไล่จากกองทัพไม่กี่เดือนก่อนเกิดการปล้น ซึ่งอาจส่งผลถึงเหตุจูงใจ แต่ทั้งหมดทั้งมวลแล้ว สลัดเวหาของเรา ไม่ได้บอกว่าเขามีความขุ่นเคือง เมื่อเผชิญหน้ากับนักข่าวและการสืบสวนส่วนตัว Rackstraw ไม่รับประกัน และไม่ปฏิเสธตรง ๆ ว่าเขาคือ D. B. Cooper แต่เขาพูดประมาณว่า "ฉันอาจจะเป็น" หรือ "ฉันคงไม่ลดราคาตัวเองหรอก" ในอีกด้านหนึ่ง Rackstraw มีตาสีอ่อน ซึ่งไม่ใช่กับ Cooper ยิ่งชัดเจนไปกว่านั้น Rackstraw อายุเพียง 28 ปีในตอนที่เกิดการปล้น นี่อยู่นอกช่วงอายุที่ลูกเรือและผู้โดยสารบอกไปมาก หลายคนเชื่อว่า Cooper มีอายุช่วง 40 ปีกลาง ๆ Kenneth Christiansen ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในปี 2003 เมื่อพี่ชายของเขารู้สึกถึง ความคล้ายคลึงของน้องเขากับ Cooper Christiansen เคยเป็นพลร่มช่วงสั้น ๆ ในสงครามโลกครั้งที่สอง และตั้งแต่ปี 1953 เค้าได้ทำงานให้กับ Northwest Airlines ในตำแหน่งช่างและสจ๊วต เขาอายุ 45 ปีในช่วงเกิดเหตุปล้น เขาถนัดซ้าย ซึ่ง Cooper ก็อาจถนัดซ้าย
22:23
ตัวอย่างเช่น Cooper ใช้มือซ้ายของเขา จัดการกับกระเป๋าเอกสาร และคลิปบนเนคไทที่เขาทิ้งไว้บนเครื่องบิน ก่อนโดดนั้นถูกติดจากทางซ้าย ไม่นานก่อนที่เขาจะเสียชีวิตในปี 1994 Christiansen ได้บอกพี่ชายว่า "...มันมีบางอย่างที่คุณควรจะรู้ แต่ผมบอกไม่ได้..." หลังจากที่เขาเสียชีวิต ครอบตรัวของเขาพบเงินกว่า 200,000 ดอลลาร์ในบัญชีธนาคารของเขา ยิ่งกว่านั้น Florence Schaffner บอกว่า รูปถ่ายของ Christiansen นั้นคล้ายกับหน้าของ Cooper มากเลย แต่อีกด้านหนึ่ง ลักษณะร่างกายของ Christiansen ไม่ตรงกับ Cooper เขาเตี้ยกว่า และน้ำหนักน้อยกว่า ขณะที่ Schaffner คิดว่าเขาเหมือน Cooper มาก ๆ เธอตั้งข้อสังเกตว่า Cooper มีผมบนศีรษะมากกว่านี้ และข้อสังเกตนั้นถูกรองรับด้วยภาพร่างของ Cooper และไม่มีอะไรน่าสงสัยเกี่ยวกับเงินจำนวนมากของเขา ซึ่งเขาได้มาจากการขายที่ดิน Richard McCoy ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในปี 1972 เมื่อเขาปล้น Boeing 727 และหนีออกมา ทางบันไดใต้ท้องเครื่องบินคล้าย ๆ D. B. Cooper เนื่องจากการทับกันที่ชัดเจนของโจรเวหาสองคน
23:29
บางคนเชื่อว่าพวกเขาถูกมอบหมายมาจากคนเดียวกัน McCoy ใช้ชื่อปลอม เขาใช้ระเบิดปลอมเพื่อขู่ลูกเรือ เขาใช้โน๊ตที่เขียนโดยลายนิ้วมือเพื่อเรียกร้องค่าไถ่ ทั้ง McCoy และ Cooper ใช้ประโยค "ไม่ล้อเล่น" เป็นคำเตือนต่อลูกเรือ McCoy ขอเงินสด 500,000 ดอลลาร์และร่มชูชีพ 4 ตัว McCoy กระโดดออกทางข้างหลังเครื่องด้วย เมื่อพวกเขาบินผ่านบ้านเกิดในเมือง Utah นอกจากวิธีการปล้นที่คล้ายกันแล้ว McCoy ยังเคยออกรบในสงครามเวียดนามในตำแหน่ง ผู้เชี่ยวชาญการทำลายล้างและนักบินเฮลิคอปเตอร์ McCoy รอดจากการตก และสามารถหลบเลี่ยงหน่วยงานค้นหาได้ ถึง 2 วันเต็มก่อนจะถูกจับและจำคุก 45 ปี ก่อนเขาเสียชีวิตในปี 1974 McCoy สับสนว่าจะยอมรับ หรือตกลงว่าเขาคือ D. B. Cooper อีกด้านหนึ่ง McCoy เป็นนักโดดร่มใจเย็น และยังเตรียมพร้อมด้วยหมวกโดดร่มและชุดกระโดดร่ม เขาให้ข้อมูลด้านเส้นทางชัดเจนมาก นอกจากระเบิดมือปลอมแล้ว McCoy ยังใช้ปืนพกไม่มีกระสุนในการข่มขู่ลูกเรืออีกด้วย
24:31
แต่เขาไมได้เอากระดาษโน๊ตแผ่นหนึ่งคืนจากแอร์โฮสเตส เขาอายุเพียง 29 ปีในตอนที่ปล้น และแอร์โฮสเตสทั้งสามคนก็ค่อนข้างมั่นใจว่านั่นไม่ใช่ Cooper ขณะที่แม้ว่าจะมีเรื่องคล้าย ๆ กันเกิดขึ้นระหว่างสองกรณีนี้ McCoy อาจจะเป็นแค่ตัวปลอม ที่อ่านข่าวของ D. B. Cooper ในสื่อ Duane Weber ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในปี 1995 ไม่นานหลังจากการตายของเขา เขาจงใจบอกภรรยาของเขาว่า "...ฉันมีความลับจะบอก ฉันคือ Dan Cooper..." หลังจากเขาสารภาพบนเตียงแล้ว แม่หม้ายของ Weber นึกถึงเหตุการณ์เก่า ๆ ของ Weber หลายครั้ง เธอบอกว่าเคยเจอถุงธนาคารที่คล้ายถุงที่เจอในการปล้น เธอบอกว่า Weber มีอาการเจ็บเข่าหลังโดดออกจากเครื่องบิน Weber มีฝันร้ายเกี่ยวกับการทิ้ง ลายนิ้วมือไว้ที่บันไดใต้ท้องเครื่อง และ 1 ปีก่อนที่จะพบเงินที่หาด Tina Bar Weber ได้ไปที่นั่น และ Weber ยังเป็นนักรบในสงครามโลกครั้งที่ 2 เขามีประสบการณ์ด้านอาชญากรรมโชกโชน เขามีลักษณะภายนอกตรงตามคำให้การณ์ และเขามีอายุ 47 ปีในปี 1971
25:38
อีกด้านหนึ่ง ลายนิ้วมือของ Weber ไม่ตรงกับลายนิ้วมือที่เก็บได้จากเที่ยวบิน 305 แม้ว่าจะไม่มีทางรู้ว่าลายนิ้วมือเหล่านั้นเป็นของ Cooper มั้ย เหนือไปกว่านั้น DNA ของ Weber ไม่ตรงกับตัวอย่าง DNA ที่เก็บได้จากตัวหนีบเนคไท แต่อีกครั้งหนึ่ง เราไม่รู้ว่า DNA ที่ตัวหนีบเนคไท มาจากสลัดเวหา และไม่ใช่ใครอื่น สิ่งที่น่าโมโหที่สุดคือ FBI นั้นมีแหล่ง DNA ที่น่าเชื่อถือได้ ถ้าคุณจำได้ ก้นบุหรี่ 8 ตัวนั้นถูกเก็บมาจากที่เกิดเหตุ และมันก็มีโอกาสสูงที่พวกมันจะมี DNA ของ Cooper ติดอยู่ ปัญหาคือ หลักฐานนั้นหายไปสักช่วงหนึ่งและไม่เคยกลับมา William Smith ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในปี 2018 Smith เข้ากองทัพเรือในสงครามโลกครั้งที่ 2 และเหมือนจะมีประสบการณ์ในการโดดร่มมาก่อน เขามีอายุ 43 ปีในช่วงปล้น เขามีตาสีน้ำตาลดำ ลักษณะภายนอกของเขาตรงกับลักษณะของ Cooper เขามีโครงหน้าคล้าย ๆ ภาพร่าง โดยเฉพาะภาพร่างของ D. B. Cooper ที่แก่แล้ว
26:44
นักเรียนคนหนึ่งชื่อ Daniel Cooper ซึ่งเสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่สอง เรียนโรงเรียนเดียวกับ Smith Smith ทำงานเป็นผู้ดูแลสถานีรถไฟเกือบทั้งชีวิตของเขา แต่ในปี 1970 บริษัทล้มละลาย อาจเป็นเหตุบังเอิญ แต่ Smith ไม่ได้รับเงินบำนาญ ซึ่งอาจเป็นเหตุจูงใจ เขาอาจจะเกิดความขุ่นเคืองกับสายการบิน ที่นำความล้มเหลวมาสู่ธุรกิจรถไฟ มีการคาดเดาต่อว่าเขาอาจใช้ความสามารถทางรถไฟของเขา เพื่อกระโดดขึ้นรถไฟแล้วหนีไป แต่อีกด้านหนึ่ง Smith ใช้ชีวิตทั้งหมดของเขา ทางแถบตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกา โดยที่การปล้นเกิดขึ้นอีกฝั่งของประเทศ และถูกมอบหมายโดยใครสักคนผู้ซึ่งอย่างน้อย คุ้นเคยกับสถานที่และภูมิประเทศ Smith ไม่ใช่คนที่ดูน่าสงสัยมากที่สุด อย่างไรก็ตาม ความจริงที่ว่า Smith ทำงานเป็นผู้ดูแลสถานีรถไฟนั้นน่าสนใจ คุณจะเห็นว่า เนคไทที่ Cooper ทิ้งไว้นั้น ได้ถูกนำไปตรวจในกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน ซึ่งเปิดเผยให้เห็นเศษแร่ต่าง ๆ เศษผงเหล่านั้น โดยเฉพาะไทเทเนียมบริสุทธิ์ หาได้ยากมากในช่วงปี 1971
27:51
นี่อาจจะเป็นส่วนสำคัญว่า Cooper ทำงานเป็นผู้จัดการ ที่บริษัทเกี่ยวกับสารเคมีหรือสินแร่สักที่หนึ่ง หรืออาจจะเป็นสถานีรถไฟก็ได้ ถ้าไม่มีอะไร ฉันหวังว่าตัวเลือกของผู้ต้องสงสัยที่คัดมาเนี่ย แสดงให้เห็นว่ามันยากขนาดไหนที่จะมั่นใจ ในเมื่อมีหลักฐานอันน้อยนิด 5 ผู้ต้องสงสัยนี้ดูไม่เหมือนกันสักคน แต่ 1 ใน 5 คนนี้อาจจะเป็น D. B. Cooper ตัวจริง Cooper อายุ 40 กลาง ๆ จริงเหรอ หรือเขาแค่ดูแก่ Cooper เข้าร่วมกองทัพจริงเหรอ ภาพร่างอันไหนที่คล้าย Cooper มากที่สุด ในปี 2016 FBI ประกาศยอมแพ้และปิดคดีไปอย่างเป็นทางการ เว้นเสียแต่ ใครบางคนจะเจอร่างของ Cooper หรือพบเงินที่เหลือของ Cooper ดูเหมือนจะมีความหวังน้อยมากเลยนะ Cooper รอดมั้ย? ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ตราบเท่าที่ความเป็นไปได้นั้นไม่ถูกลบไป ตำนานของ D. B. Cooper จะยังคงอยู่ต่อไปโดยไม่มีข้อสงสัยใด ๆ... Subtitled by: Grindarius

DOWNLOAD SUBTITLES: