How I Tricked My Brain To Like Doing Hard Things (dopamine detox)

How I Tricked My Brain To Like Doing Hard Things (dopamine detox)

SUBTITLE'S INFO:

Language: Thai

Type: Human

Number of phrases: 233

Number of words: 745

Number of symbols: 12939

DOWNLOAD SUBTITLES:

DOWNLOAD AUDIO AND VIDEO:

SUBTITLES:

Subtitles prepared by human
00:07
คุณน่าจะไม่มีปัญหาในการเล่นเกมหรือเล่นโซเชียลบนมือถือหรอก ที่จริงแล้ว คุณสามารถนั่งอยู่หน้าจอและทำทั้งสองกิจกรรมได้อย่างไม่ต้องสงสัยเลย อาจจะสองชั่วโมงหรือมากกว่านั้น โดยไม่วอกแวก แล้ว...ถ้าเปลี่ยนเป็นการเรียนสักครึ่งชั่วโมงล่ะ ? ฟังดูยากใช่ไหม. หรือ...ถ้าเป็นการลงมือทำอาชีพเสริมอักสักหนึ่งชั่วโมงล่ะ ? ไม่น่าสนใจเลยใช่ไหม. ถึงแม้...เรารู้อยู่แล้วว่า 'การเรียน' , 'การออกกำลังกาย' , 'การลงมือสร้างธุรกิจ' , หรือ... ...อะไรที่สร้างประโยชน์ จะทำให้คุณได้รับสิ่งดี ๆ ในระยะยาว ..." แต่คุณก็ยังคงนั่งดูทีวี , ...เล่นเกม และนั่งไถโซเชียลมีเดียต่อไป "... บางคนบอกว่า " มันแน่อยู่แล้ว... ...กิจกรรมเหล่านี้ มันง่าย ไม่ต้องใช้ความพยายามอะไร ในขณะที่ กิจกรรมที่ให้คุณค่านั้น ไม่ได้ง่ายเลย... ...ยิ่งกว่านั้น คือ คุณต้องทำด้วยตัวคุณเองเท่านั้น " แต่บางคนดูเหมือนว่า ไม่ได้มีปัญหากับ 'การเรียน' , 'การออกกำลังกาย' หรือ ลงมือทำสิ่งที่ตนสนใจ ทำไมบางคนถึงมีความสนใจในการเข้าเผชิญกับปัญหา 'สูง' กว่าคนอื่น ?
01:11
หรือ...พวกเขาจะมีวิธีลัดเข้าจัดการปัญหาได้อย่างง่ายดาย ? สำหรับคำถามนี้...สารสื่อประสาทในสมอง นามว่า ' Dopamine ' ( โดปามีน, ออกเสียงว่า = โด้ว-เพอะ-มีน ) จะเป็นคำตอบ. Dopamine มักถูกเข้าใจว่าเป็น อนุภาคแห่งความปรารถนา แต่มันก็ยังไม่ใช่อย่างนั้น... Dopamine คือ สิ่งที่สร้างความปรารถนาในสิ่งต่าง ๆ ให้แก่เรา มันคือ 'แรง' ที่กระชากให้เราลุกจากเตียง เพื่อมาทำสิ่งต่าง ๆ ในชีวิต ถ้ายังสงสัยว่า Dopamine จะมีพลังขนาดนั้นเลยหรอ ? " เราขอแนะนำการทดลองบางอย่างให้แก่ท่าน " นักประสาทวิทยาได้ทำการทดลองกับหนู โดยการติดขั้วไฟฟ้าเข้าไปที่สมองของหนู เมื่อใดที่หนูพยายามดึงปุ่มสีแดง นักทดลองก็จะปล่อยไฟฟ้า... กระตุ้นหนู ให้หนูรู้สึกว่า ได้รับรางวัลจากการกระทำนั้น ผลปรากฎว่า หนูพยายามอย่างมากใน การดึงปุ่มสีแดงอย่างต่อเนื่อง ชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่า หนูไม่ยอมกิน ยอมนอน มันพยายามอย่างเดิม จนกระทั่งหมดแรง แต่...หากเราทำการทดลองใน 'ทางตรงกันข้าม' นักทดลองได้ยับยั้งการหลั่งสาร dopamine จากบริเวณระบบให้รางวัลของสมอง ผลคือ หนูกลับเซื่องซึม ถึงขนาดไม่ยอมลุกขึ้นมากินน้ำ
02:14
เพราะมันไม่มีคุณค่าพอ มันไม่หาอาหาร ไม่ออกหาคู่ มันไม่เหลือความทะยานอยากอีกแล้ว มันดูหมดความหวังที่จะมีชีวิตต่อไป อย่างไรก็ตาม หากมีอาหารไปวางอยู่ตรงหน้า มันจะยังคงกินอย่างมีความสุขอยู่ดี อาหาร มันขาดแรงจูงใจที่จะลุกขึ้นมาทำสิ่งต่าง ๆ คุณอาจจะคิดว่า ความหิวจูงใจให้เราหาอาหารมาบรรเทา แต่..ที่จริงแล้ว Dopamine เป็นตัวการต่างหาก หนูทดลองพวกนั้นอาจจะอยู่ในสถานการณ์ที่สุดโต่ง อย่างไรก็ตาม คุณสามารถเห็นว่า Dopamine ส่งผลต่อ ชีวิตประจำวันเรามากน้อย ในความจริงแล้ว...สมองของเราจะพัฒนาส่วนที่ต้องการ Dopamine ก่อนส่วนอื่น หาก Dopamine ถูกหลั่งน้อยเกินไป คุณจะขาดแรงจูงใจที่จะทำสิ่งต่าง ๆ แต่ถ้า Dopamine ถูกหลั่งมากเกินไป คุณจะมีแรงใจสิ่งนั้น ๆ อย่างเหลือล้น แล้วพฤติกรรมไหนล่ะที่ทำให้เกิดการหลั่ง Dopamine ออกมา คำตอบ คือ กิจกรรมที่คุณคาดว่า หากทำแล้วจะได้รับ รางวัลตอบแทนที่น่าพึงพอจ แต่หากคุณรู้อยู่แล้วว่า คุณจะไม่ได้รับรางวัลจากการกระทำนั้น ๆ สมองก็จะไม่หลั่ง Dopamine ออกมา
03:18
ตัวอย่าง เช่น ก่อนที่คุณจะกินอาหารจานโปรด สมองจะปล่อย Dopamine ออกมา เพราะคุณรู้อยู่แล้วว่า อาหารจานนั้นจะทำให้คุณมีความสุข ถึงแม้ว่า ที่จริงแล้ว อาหารจานนั้นจะไม่อร่อย Dopamine ก็จะถูกหลั่งออกมาอยู่ดี นั่นเพราะ สมองคุณไม่สนใจหรอกว่า กิจกรรมที่ทำให้ Dopamine หลั่งมาก จะออกมาแย่ต่อคุณ มันแค่ต้องการ Dopamine ให้หลั่งมากขึ้น ตัวอย่างง่าย ๆ เช่น คนที่ติดยาเสพติด เขารู้ดีอยู่แล้วว่า ยาเสพติดไม่ดีต่อเขา แต่เขาจะยังคงต้องการมันมากขึ้น ๆ นอกจากยาเสพติดจะทำให้หลอนแล้ว โคเคนและเฮโรอีนจะปล่อย Dopamine ออกมาจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้คุณต้องการมันมากขึ้น ๆ แน่นอนว่า เกือบทุกอย่างจะทำให้ Dopamine หลั่งออกมา มากน้อยแตกต่างกันไป แม้การดื่มน้ำเปล่าตอนกระหาย Dopamine ก็จะถูกปล่อยออกมา แต่ Dopamine จะถูกหลั่งออกมามากสุด เมื่อคุณได้รับรางวัลตอบแทนที่คาดการณ์ไม่ได้ เช่น การเล่นตู้สล็อตแมชชีนในคาสิโน ถึงแม้คุณจะเสียตังค์ให้กับตู้ตลอด แต่คุณก็จะคิดอยู่ว่า คุณจะต้องถูกรางวัลแจ็กพอตอย่างแน่นอน ! คุณไม่รู้หรอกว่า อีกกี่ตาถึงจะถูกรางวัลแจ็กพอต ยิ่งทุกวันนี้ ข้อมูลข่าวสารถาโถมเข้ามาหาคุณอย่างมหาศาล รู้หรือไม่ว่า มันทำให้ในชีวิตประจำวัน Dopamine ถูกหลั่งออกมาในปริมาณสูงมาก
04:23
ยกตัวอย่างกิจกรรมที่ Dopamine หลั่งอย่างมาก เช่น เล่นโซเชียลมีเดีย, เล่นเกม, ... ...ดูหนังโป๊ตามอินเทอร์เน็ต เป็นต้น เพราะเราคาดหวังรางวัลบางอย่างจากกิจกรรมข้างต้น นี่คือ สาเหตุที่คุณต้องเอามือถือขึ้นมาเช็คตลอดเวลา เหตุมาจาก เราคาดหวังว่าจะเห็นข้อความจากบางคน หรือ จะมีการแจ้งเตือนเข้ามา ถึงแม้เราจะรู้อยู่แล้วว่า จะมีข้อความหรือการแจ้งเตือนใหม่ เข้ามาอย่างแน่นอน เราในตอนนี้จะเหมือนกับ หนูทดลองพวกนั้นที่พยายาม ดึงปุ่มสีแดงอย่างซ้ำ ๆ เพื่อให้ได้รับ Dopamine มากยิ่งขึ้น " แล้วทำไมล่ะ ? " " มันก็ไม่ได้ทำร้ายร่างกายอะไรเลยนี่ " คุณคิดผิดแล้ว ! ร่างการเรามีระบบชีวภาพนามว่า Homeostasis หมายความว่า ร่างกายเราจะพยายามรักษาสมดุลการทำงานภายในและระดับสารเคมีในร่างกายนี้ไว้ เมื่อใดที่เสียสมดุล ร่างกายจะทำการปรับตัวเอง เพื่อกลับเข้าสู่สมดุล เช่น เวลาอากาศหนาว อุณหภูมิร่างกายจะต่ำกว่าปกติ ร่างกายจะเริ่มสั่น เพื่อทำให้เกิดความร้อนในร่างกายขึ้น ในทางตรงกันข้าม...เวลาอากาศร้อน อุณหภูมิร่างกายจะสูงกว่าปกติ
05:26
เราจะเริ่มเหงื่อออก เพื่อเป็นการระบายความร้อน ในร่างกายออกมา ร่างกายของเราจะพยายามรักษาอุณหภูมิไว้ราว ๆ 37 องศาเซลเซียส หรือ 98 องศาฟาเรนไฮต์ ตลอดเวลา แต่ก็มีทางอื่นที่ทำให้เกิด homeostasis นั่นคือ ผ่านทาง... "ความทนทาน" ตัวอย่าง เช่น คนที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่บ่อยจะเมาเร็ว แต่คนที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ จะต้องการเครื่องดื่มมากขึ้น ๆ เพราะร่างกายได้เพิ่มขอบเขต "ความทนทาน" ขึ้น คุณจะเมาได้ยากขึ้นกว่าเดิม เพราะร่างกายคุณตอบสนองต่อฤทธิ์ของแอลกอฮอล์น้อยลง คล้าย ๆ กับกรณีของ Dopamine โดยปกติร่างกายจะพยายามรักษาสมดุล ในกรณีนี้ ร่างกายจะปรับตัวรับ Dopamine ใหม่ ขณะนี้ สมองจะเริ่มคุ้นชินกับระดับของ Dopamine ที่สูงมากนี้แล้ว ระดับของ Dopamine นี้ได้กลายเป็นปกติของคุณเรียบร้อยแล้ว ร่างกายของคุณได้ขยายขอบเขต "ความทนทาน" ของ Dopamine ออกไปเป็นที่เรียบร้อย ทีนี้จะเกิดปัญหาแล้ว ! เพราะหากกิจกรรมใดที่ไม่สามารถกระตุ้นให้ Dopamine หลั่ง... ออกมาอย่างเพียงพอ นั่นหมายความว่า คุณจะไม่สนใจในกิจกรรมนั้นอีกต่อไป คุณจะไม่สามารถสร้างแรงจูงใจในการทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเอง ถึงตอนนี้ จะมีแต่ความรู้สึกเบื่อและหมดสนุก เพราะ Dopamine หลั่งออกมาไม่เพียงพอ หากเทียบกับ...
06:30
กิจกรรมอื่นที่ทำให้มันหลั่งออกมามาก นี่คือสาเหตุที่ผู้คนเลือกที่จะเล่นเกม, เล่นอินเทอร์เน็ต แทน... การศึกษาหาความรู้ หรือ การลงมือทำธุรกิจ เราจะรู้สึกดีและสบายใจตอนเล่นเกม นั่นเพราะมันทำให้ Dopamine หลั่งออกมาจำนวนมาก ในขณะที่การทำงานหรือการอ่านหนังสือ ทำให้มันหลั่งออกมาน้อยกว่า มันจึงเป็นคำตอบได้ว่า ทำไมผู้ติดยาเสพติด ประสบความยากลำบากมากในการเลิกยา ความทนทานต่อ Dopamine ที่สูงมากนี้ ทำให้ชีวิตที่ขาดยาเสพติดเป็นไปไม่ได้ พวกเขาจะอยู่ในสถานการณ์เดียวกับหนูทดลอง ในการทดลองหลัง พวกมันขาดแรงจูงใจในชีวิต หาก Dopamine ถูกหลั่งออกมาไม่เพียงพอ ไม่เพียงแต่ผู้ติดยาเสพติดเท่านั้น... คนที่ติดเกม, ติดโซเชียลมีเดีย หรือแม้กระทั่ง ติดหนังโป๊บนอินเทอร์เน็ต ก็จะตกอยู่ในสถานการณ์... แบบนี้อยู่ เมื่อความทนทานต่อ Dopamine อยู่สูงมากแล้ว พวกเขาจะไม่สามารถมีแรงจูงใจกับ... พฤติกรรมที่หลั่ง Dopamine ออกมาน้อยได้ "แล้วจะทำอย่างไรเพื่อไม่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายนี้ ?" คำตอบ คือ 'Dopamine detox' --- โดปามีน ดีท็อกซ์ คุณพอเริ่มเห็นแนวทางแล้วใช่ไหมว่า Dopamine detox จะมีวิธีการแบบไหน
07:34
สิ่งที่คุณต้องทำ คือ วางแผนวันที่คุณจะไม่ยอมให้มี... กิจกรรมที่กระตุ้นการหลั่ง Dopamine ในระดับสูง คุณจะต้องไม่ให้สมองได้รับ Dopamine ในระดับสูง ตัวรับ Dopamine ของคุณก็จะเริ่มการฟื้นฟูตัวเอง คำเตือน: หากคุณเป็นผู้ติดยาเสพติด ผมขอแนะนำให้คุณไปพบ... แพทย์เฉพาะทาง เพราะคุณอาจกำลังพบกับ อาการลงแดงทางกายและทางประสาท และผมไม่อยากให้คุณต้องประสบอาการลงแดงสุดเลวร้ายนั้น ...กลับมาพูดถึงเรื่องดีท็อกซ์กันต่อ หนึ่งวันเต็มนี้ ที่คุณจะต้องพยายามหาความเพลิดเพลินให้ น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ จะต้องหยุดเล่นอินเทอร์เน็ต หรือเทคโนโลยีต่าง ๆ อย่างมือถือและคอมพิวเตอร์ ไม่ฟังเพลง, ไม่สำเร็จความใคร่ด้วยตัวเอง และไม่กินอาหารขยะ นี่ทำให้ตลอดระยะเวลาหนึ่งวัน คุณจะไม่มีกิจกรรมที่กระตุ้นการหลั่ง Dopamine ในระดับสูง แต่...เตรียมใจรับ 'ความโคตรน่าเบื่อ' ไว้ได้เลย มันจะเป็นอะไรที่ โคตร ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ น่าเบื่อ อ อ อ อ อ อ... แต่คุณสามารถไปทำกิจกรรมอย่างเช่น เดินเล่น นั่งสมาธิ หรือนั่งไตร่ตรองความคิดตัวเอง
08:35
ทบทวนและเรียนรู้ชีวิต, ทบทวนเป้าหมายในชีวิต จดความคิดต่าง ๆ ที่คุณปิ๊งขึ้นมา ไม่ใช่จดบนคอมพิวเตอร์หรือมือถือหรอกนะ --- ต้องจดลงบนกระดาษจริง ๆ เท่านั้น --- ทั้งหมดนี้ดูเป็นวิธีการหักดิบแบบเข้มข้น แต่ถ้าคุณต้องการผลลัพธ์ร้อยเปอร์เซ็นต์อย่างรวดเร็ว ...คุณจะต้องทำตามวิธีหักดิบสุดเข้มข้นนี้เท่านั้นแหละ หลายคนอาจจะกำลังคิดว่า "วิธีหักดิบนี้ มันใช้ได้ผลจริงหรอ ?" คุณอาจจะลองคิดตามดังต่อไปนี้ก็ได้... สมมติว่า... ทุก ๆ มื้อ คุณได้กินอาหารในภัตตาคารที่ดีที่สุดในเมือง ไม่ต้องแปลกใจเลยว่า รสอาหารอันโอชะนั้นจะกลายเป็น เกณฑ์ความพึงพอใจใหม่ของคุณ หากมีคนยื่นข้าวเปล่าหนึ่งจานให้คุณทาน แน่นอน...คุณจะต้องปฏิเสธข้าวเปล่าจานนั้น ก็เพราะรสชาติของข้าวเปล่าจะสู้รสอาหารอันโอชะได้อย่างไร แต่ในสถานการณ์ตรงกันข้าม อย่าง.. คุณติดอยู่กลางทะเลทราย และกำลังขาดแคลนอาหาร ถ้าเจอข้าวเปล่าจานเดิม คุณจะต้องไม่ปฏิเสธมันอย่างแน่นอนใช่ไหมล่ะ ? นี่ก็คือหลักคิดของวิธีโดปามีนดีท็อกซ์ มันจะทำให้คุณหิวกระหายสิ่งที่คุณได้อยู่เป็นประจำ พร้อมกันนี้คุณจะเริ่มถวิลหากิจกรรมที่เมื่อก่อนคุณรู้สึกว่า มันมอบความสุขสนุกสนานให้คุณน้อย พูดง่าย ๆ : วิธีโดปามีนดีท็อกซ์มันได้ผล เนื่องจากเมื่อคุณเริ่มเบื่อ สิ่งที่แต่ก่อนดูน่าเบื่อในสายตาคุณจะกลายเป็น...
09:39
" สิ่งที่ไม่น่าเบื่อ " หากว่าคุณไม่อยากจะใช้วิธีหักดิบสุดขั้วแบบนี้ คุณก็สามารถใช้วิธี " โดปามีนดีท็อกซ์แบบค่อยเป็นค่อยไป " ได้ ลองเลือกมาหนึ่งวันในสัปดาห์ ที่คุณจะเว้นจากการ ทำ/เสพกิจกรรมที่กระตุ้น... การหลั่ง Dopamine ในปริมาณมากอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าพฤติกรรมนั้นอาจจะเล็กน้อย เช่น เช็คมือถือของคุณตลอดเวลา, เล่นเกมคอมพิวเตอร์, ดูซีรีย์ ดูทีวี, ... กินอาหารขยะ, ดูหนังโป๊ออนไลน์, ...หรืออะไรก็ตาม จากนี้เป็นต้นไปที่ คุณจะมีหนึ่งวันในสัปดาห์ซึ่ง จะตัดขาดเด็ดขาดจากกิจกรรมเหล่านี้ คุณจะยังคงทำกิจกรรมอย่างอื่นได้ ถูกแล้วที่คุณรู้สึกเบื่อนิด ๆ แต่เราต้องการอย่างนั้นแหละ คุณต้องการฟื้นฟูตัวรับ Dopamine จากเมื่อก่อนที่ สมองของคุณได้รับ Dopamine ในปริมาณมาก ๆ อยู่เสมอ จนแล้วที่สุด อาการเบื่อนี้แหละจะผลักคุณทนไม่ไหวจนต้องไปหากิจกรรมอื่นทำในวันนั้น กิจกรรมที่ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ คุณจะไม่ทำอย่างแน่นอน เพราะมันกระตุ้นการหลั่ง Dopamine มาไม่เพียงพอ เนื่องจากคุณกำลังเบื่อนี่แหละ จะทำให้คุณสามารถทำกิจกรรมเหล่านั้นได้ง่ายขึ้น แน่นอนแหละว่า การหลีกเลี่ยงพฤติกรรมสักหนึ่งอย่างที่กระตุ้นการหลั่ง Dopamine ในระดับสูงนั้นดี
10:39
แต่จะว่ากันตามจริง คุณควรงดพฤติกรรมเหล่านั้นทั้งหมด ! หรือ มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ตอนนี้คุณกำลังปรับปรุงการรับรู้ กิจกรรมมีสาระที่แต่ก่อนไม่กระตุ้นการหลั่ง Dopamine มาตอนนี้กิจกรรมเหล่านั้นจะเริ่มกระตุ้นได้แล้ว ผมยังพบว่า กิจกรรมที่กระตุ้นการหลั่ง Dopamine อย่างมาก สามารถเปลี่ยนฐานะไปเป็น "สิ่งสร้างแรงจูงใจ" ได้ ให้คุณอยากได้สิ่งต่าง ๆ ที่สร้างประโยชน์ในระยะยาวให้แก่คุณจริง ๆ พูดในอีกแง่มุม คุณสามารถใช้กิจกรรมที่กระตุ้นการหลั่ง Dopamine ในปริมาณมากนี้เป็น "รางวัล" ที่คุณจะได้รับเมื่อสามารถลุล่วงภารกิจสักอย่างไปได้ ต่อไปนี้คือสิ่งที่ผมนำมาปฏิบัติกับตัวผมเอง ผมติดตามทุกกิจกรรมของผมซึ่งต้องใช้ความพยายามและให้ Dopamine ในระดับต่ำทั้งหมด ทำความสะอาดห้อง, ฝึกฝนเปียโน, อ่านหนังสือ, ออกกำลังกาย... ทำวิดิโอบนชาแนลยูทูปนี้ เป็นต้น หลังจากที่ผมสามารถทำภารกิจข้างต้นลุล่วงจำนวนหนึ่งแล้ว ผมก็จะให้ "รางวัล" ตัวเองด้วย... กิจกรรมที่กระตุ้นการหลั่ง Dopamine ในระดับสูง ในตอนท้ายของวันนั้น คำสำคัญ คือ 'หลัง' , 'ก่อน' และ 'ในตอนท้ายของวัน' ถ้าผมเริ่มต้นด้วยการติดแหง็กกับกิจกรรมที่กระตุ้น Dopamine ในระดับสูงเป็นอันดับแรก ผมจะไม่อยากทำกิจกรรม... ที่กระตุ้นหลั่ง Dopamine ในระดับต่ำอย่างแน่นอน ผมจะไม่มีแรงจูงใจเพียงพอเพื่อกิจกรรมอย่างหลังนั้น ดังนั้น ผมจึงต้องเริ่มต้นด้วยการทำกิจกรรมที่ปล่อย Dopamine ในระดับต่ำ กิจกรรมที่กระตุ้นในระดับสูงจะมาในลำดับหลังเสมอ
11:41
จะยกตัวอย่าง เช่น หากทำกิจกรรมที่หลั่ง Dopamine ออกมาน้อยครบหนึ่งชั่วโมง ผมจะให้รางวัลด้วย... 15 นาทีของกิจกรรมที่กระตุ้น Dopamine ในระดับสูง ในตอนท้ายสุดของวันนั้น นั่นคือ หากวันใด ผมทำกิจกรรมที่หลั่ง Dopamine ออกมาน้อยครบแปดชั่วโมง ผมก็จะให้รางวัลตัวเองด้วย... การทำกิจกรรมที่กระตุ้น Dopamine มากสองชั่วโมง มันคือสัดส่วนที่ผมตั้งขึ้นเอง คุณลองปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมจริตคุณดู แต่ถ้าหากคุณติดกิจกรรมอะไรบางอย่างที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ และคุณไม่ต้องการนำพฤติกรรมหรือกิจกรรมนั้นมาเป็น "รางวัล" ดังนั้น คุณต้องหารางวัลแบบอื่นที่จะไม่ส่งผลเสียต่อคุณ รางวัลนั้นจะต้องควรค่าแก่ความพยายามของคุณ คุณจะต้องแปลกใจ หากผมจะบอกว่า "อินเทอร์เน็ต" คือ กิจกรรมที่ผมติด ผมหมดเวลาหลายชั่วโมงไปกับมันง่าย ๆ โดยไม่ได้ทำอะไรเลย นี่คือเหตุผลว่า ทำไมผมจึงต้องมีวิธีโดปามีนดีท็อกซ์ มันทำให้ผมควบคุมพฤติกรรมเสพติดได้ เพื่อเพิ่มความรัดกุมให้มากขึ้น ผมยังคงกำหนดวันซึ่งจะตัดขาดจากกิจกรรมที่กระตุ้น Dopamine ในระดับสูง ผมจะขอสรุปในตอนท้ายนี้ว่า มันเป็นไปได้ที่เรารู้สึกว่ากิจกรรมยาก ๆ นั้นง่ายขึ้นจากที่คิด
12:41
แต่หากสมองของคุณคุ้นกับระดับ Dopamine ที่สูงตลอดเวลา คุณก็จะไม่ตื่นเต้นเกี่ยวกับ... กิจกรรมหรือพฤติกรรมที่ไม่กระตุ้น Dopamine ออกมามาก นี่ก็คือเหตุผลที่จะต้องควบคุมการใช้มือถือและคอมพิวเตอร์... รวมถึงพฤติกรรมอื่นที่กระตุ้น Dopamine ในระดับสูงด้วย และผมจะบอกคุณว่า มันคุ้มอย่างแน่นอนที่จะทำอย่างนี้ ดังนั้น ต่อไปนี้หากคุณประสบปัญหาขาดแรงจูงใจ ให้เริ่มต้นด้วย โดปามีนดีท็อกซ์ ก่อนเสมอ พยายามงดกิจกรรมที่กระตุ้น Dopamine ในปริมาณมาก หรืออย่างน้อยก็ควรอยู่ห่างจากสิ่งเหล่านั้น... ให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ และเมื่ออยู่ในสภาวะปกติแล้ว กิจกรรมที่กระตุ้นการหลั่ง Dopamine ต่ำก็จะกลับมาน่าตื่นเต้นอีกครั้ง... และคุณจะจดจ่อทำมันได้นานขึ้น เราล้วนเสพติด Dopamine กันทั้งหมด อาจจะมากน้อยแตกต่างกันไป นั่นเป็นเรื่องดี เพราะ Dopamine ทำให้เรามีแรงจูงใจในการทำตามเป้าหมายต่าง ๆ และทำให้เรา.. พัฒนาตนเอง แต่มันก็ขึ้นอยู่กับคุณว่า คุณจะเลือกรับ Dopamine จากที่มาแบบไหน จะเลือกจากกิจกรรมที่ไม่ได้สร้างประโยชน์ให้กับคุณ ? ... หรือ เลือกจากกิจกรรมที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จในระยะยาว ? คำตอบ คือ คุณเท่านั้นที่จะเป็นคนเลือก ถ้าหากคุณรู้สึกชอบวิดิโอนี้ ช่วยกดไลค์เบา ๆ ที่ปุ่มไลค์ด้านล่างให้ผมด้วยครับ
13:42
มันช่วยชาแนลยูทูปเราได้มาก อัลกอริทึมของยูทูปจะเห็นว่า คลิปเรามีคนไลค์เป็นจำนวนมาก และมันจะทำให้คนอีกจำนวนมากเห็นคลิปของเรา และนั่นหมายความว่า จะมีคนมากขึ้นที่จะได้พัฒนาชีวิตของพวกเขา ขอบคุณสำหรับการรับชมครับ ผมหวังว่า คลิปวิดิโอนี้จะทำให้คุณพัฒนาขึ้นจากเมื่อวาน

DOWNLOAD SUBTITLES: